วันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3992 (3192)ประชาชาติออนไลน์
SMEs ออนไลน์
ทำได้ง่ายนิดเดียวคอลัมน์ จุดแกร่งเอสเอ็มอีโดย ผศ.ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์ในช่วงเวลาที่ผ่านมา คำว่า E-commerce มีการพูดถึง ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี และต้องการเพิ่มช่องทางใหม่ในการขายสินค้าและบริการ รวมทั้งผู้ที่ต้องการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ของตนเองไปสู่สายตาของผู้บริโภคทั่วโลก จึงทำให้ผู้ประกอบการสนใจลงทุนกับรูปแบบการตลาดดังกล่าวมากขึ้นอย่างไรก็ตามการตลาดออนไลน์ก็มีข้อจำกัดสำหรับผู้ประกอบการไทยอยู่บ้าง จากที่ดิฉันมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ประกอบการขนาดย่อมที่มองการณ์ไกล ด้วยการหันมาพัฒนาตลาดออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่มีเป้าหมายในการบุกตลาดที่มีลูกค้ารอคอยอยู่ทุกสารทิศ ทำให้ทราบว่าทุกวันนี้ผู้ประกอบการนั้นมีปัญหาใหญ่ๆ อยู่ 2 เรื่อง คือ การขาดความชำนาญในเทคโนโลยี และขาดบุคลากรที่เป็นมืออาชีพเข้ามาช่วยทำงานด้านนี้ ทำให้มีปัญหาเรื่องการพัฒนาเว็บไซต์ของตนเอง ที่ผ่านมาดิฉันและลูกค้าทั่วไปจึงเห็นเว็บไซต์หลายบริษัทไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ อีกปัญหาหนึ่งที่ผู้ประกอบการเผชิญอยู่ก็คือ การขาดความรู้เรื่อง E-commerce โดยไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ซึ่งเชื่อว่านักลงทุนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้มีค่อนข้างมาก แม้ว่าจะให้ความสนใจตลาดออนไลน์ก็ตาม แต่หลายรายถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ เช่น ถูกหลอกว่าจะทำเว็บไซต์ให้ในราคาขูดเลือดขูดเนื้อ สุดท้ายตลาดออนไลน์ในความคาดหวังก็ไม่เป็นรูปธรรมเมื่อดิฉันทราบว่าผู้ประกอบการยังมีปัญหาเรื่องตลาดออนไลน์ ซึ่งความจริงแล้วง่ายนิดเดียว ! (แต่ก็ยากสำหรับบางท่าน) จึงมีข้อแนะนำว่า การทำ E-commerce นั้นสามารถเริ่มต้นได้ด้วยงบฯที่ไม่น่าจะบานปลายเริ่มจากการคัดเลือกโดเมน เรื่องนี้ดิฉันขอแนะนำให้ผู้ประกอบการหาที่ปรึกษาที่มีความรู้เรื่องไอที เพื่อเลือกโดเมนที่เหมาะสมและเอื้อต่อการทำธุรกิจในระยะยาว ไม่ใช่ตั้งมาแล้วก็ล้มเลิกไป อย่างที่เห็นๆ กันว่าบางเว็บนั้นไม่สามารถเข้าไปได้ ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการมองหาบริษัท ที่ปรึกษาด้านไอทีซึ่งเป็นมืออาชีพ นอกจากนี้แล้วผู้ประกอบการบางรายยังใช้ระบบประหยัดด้วยการจ้างนักศึกษาที่เรียนทางด้านนี้โดยตรง และความสามารถก็ไม่แพ้มืออาชีพเท่าใดนักเมื่อวางแผนทำเว็บไซต์ของตนเองเป็นรูปธรรมแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องตกลงกับผู้รับจ้างทำเว็บให้เคลียร์กันทั้ง 2 ฝ่าย ว่าการอัพเดตข้อมูลนั้นจะทำอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้มีปัญหามาก มีผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลในเว็บไซต์ได้ เนื่องจากไม่มีความรู้และไม่สามารถติดต่อหรือตามหาผู้ที่มาทำเว็บไซต์ให้ ผลที่ออกมาก็คือเว็บนิ่งค่ะหากไม่อยากยืมจมูกคนอื่นหายใจ มีข้อแนะให้ใช้เว็บสำเร็จรูปซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผู้ประกอบการสามารถทำตลาด ออนไลน์ได้เช่นกัน แม้ว่าเว็บจะไม่สวยหรูอย่าง ที่คาดคิดไว้ แต่เว็บสำเร็จรูปจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหาร รวมทั้งควบคุมดูแลเรื่องข้อมูลด้วยตนเอง มี ผู้ประกอบการหลายท่านที่พึ่งพาลูกหลานที่มีความรู้ด้านไอทีมาช่วยเลือกเว็บสำเร็จรูป ใครจะลองบ้างก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์เมื่อมีเว็บไซต์ของตนเองแล้ว สิ่งที่ ผู้ประกอบการต้องทำก็คือ อย่าปล่อยให้เว็บเงียบเหงานะคะ จะต้องทำการตลาดให้กับเว็บ เช่น โฆษณาในสื่อต่างๆ หรือแม้แต่การใส่เว็บไซต์ของตนเองลงในนามบัตร แผ่นพับ ใบปลิว ฯลฯ ถ้าจะให้ดี ก็จะต้องทำการโฆษณากับเว็บไซต์อื่นๆ ที่ได้รับความสนใจจากการใช้งานของนักท่องอินเทอร์เน็ตสิ่งสำคัญที่สุดที่ดิฉันทราบจากผู้ประกอบการที่ลงทุนกับตลาดออนไลน์ก็คือ อย่าทำมั่วๆ ตามชาวบ้าน จะต้องรู้ว่าลูกค้าของตนเองเป็นใคร และกลุ่มเป้าหมายบริโภคสื่อเว็บไซต์นั้นใช่กลุ่มที่จะซื้อสินค้าหรือไม่ เช่น หากเป็นธุรกิจที่ขายปุ๋ยสำหรับเกษตรกรก็ควรมองหารูปแบบอื่น เพราะชาวนาคงไม่มีเวลาเปิดคอมฯค้นหาข้อมูลทางเว็บไซต์ เป็นต้นสุดท้ายขอฝากข้อคิดสำหรับผู้ที่ลงทุนทำ E-commerce จะต้องทราบว่าเว็บไซต์ที่ดี ควรมีการอัพเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อนำเอาจุดเด่นของผลิตภัณฑ์มาโชว์ ที่สำคัญต้องเปิดช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า เช่น การสั่งซื้อ การแสดงความคิดเห็น ฯลฯ หากเริ่มต้นคิดและลงมือทำอย่างจริงจัง ก็จะทราบดีว่าการตลาดออนไลน์ทำง่ายนิดเดียวค่ะ !
หน้า 44
วันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น