แฉ10ภัยคุกคามสังคมไซเบอร์ใช้เว็บแคมโดนถ่ายคลิปโป๊
แฉ10 ภัยคุกคามสังคมไซเบอร์ยุค 2008 เตือนผู้ใช้เว็บแคมระวังโดนเจาะถ่ายคลิปโป๊โดยไม่รู้ตัว เผยสหรัฐแฮ็กเกอร์ใช้เวลาไม่กี่นาทีเจาะศูนย์ควบคุมโรงงานนิวเคลียร์ "เพนตากอน" ยังโดนล้วงข้อมูล คนไทยเจอดีถูกหลอกได้รับมรดกผู้นำประเทศ สุดท้ายสูญเงินร่วมสิบล้าน เผยแฮกเกอร์เล็งโจมตี "ไฮไฟว์-มายสเปซ" เตือนอย่าใส่ข้อมูลส่วนตัว
โลกไซเบอร์ทุกวันนี้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจนแทบตามไม่ทันขณะเดียวกันบรรดามิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสเกาะขบวนรถไฟสายเทคโนโลยีขบวนนี้ด้วย โดยอาศัยช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ บวกกับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ เปิดประตูต้อนรับโจรไซเบอร์เข้ามาขโมย ล่อลวง ทำลายข้อมูล ตลอดจนอาจใช้ความเป็นตัวคุณวางแผนก่อการร้ายขึ้นทั่วโลก
นายวิสุทธิ์สุวรรณสุขโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยสถาบันไอเอสซีสแควร์ สถาบันรองรับระดับสากลด้านความปลอดภัย และอาจารย์พิเศษสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยถึงมหันตภัยจากการใช้อินเทอร์เน็ต 10 อันดับแรก ที่กำลังคุกคามผู้คนในโลกไซเบอร์ในยุค 2008 ซึ่งมีแนวโน้มจะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่เริ่มเข้าถึงการใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น จากเดิมกลุ่มโจรไซเบอร์ใช้เพียงวิธีง่ายๆ ไม่ซับซ้อนในการโจรกรรมทรัพย์สินต่างๆ แต่ปัจจุบันกำลังพัฒนาไปสู่ยุคอาชญากรรมไซเบอร์ ที่มุ่งใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ล้วงความลับ หรือแฮ็กข้อมูลฝ่ายตรงข้าม และอาจพัฒนาไปสู่การก่อการร้ายระดับโลกได้
มหันตภัยจากการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต10 อันดับ ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้คอมพิวเตอร์ในองค์กรและส่วนตัว คือ 1.ไวรัสคอมพิวเตอร์และอีเมลสแปม 2.การขโมยข้อมูล 3.การล่อลวงผ่านอินเทอร์เน็ต 5.การโจมตีสาธารณูปโภคพื้นฐาน 6.สปายแวร์และม้าโทรจัน7.การดาวน์โหลดไฟล์หนังและเพลง 8.การใช้บริการธุรกรรมการเงินผ่านเครือข่าย 9.การนำเครื่องมือในการรักษาความปลอดภัยและการแฮ็กเกอร์มาใช้ในทางที่ผิด และ 10.การละเลยคำเตือนของระบบปฏิบัติการ
นายวิสุทธิ์ขยายความของภัยจากการใช้คอมพิวเตอร์แต่ละชนิดว่าภัยจากไวรัสคอมพิวเตอร์ยังเป็นแชมป์อันดับหนึ่งทุกยุคสมัย ปัจจุบันไวรัสคอมพิวเตอร์นิยมแพร่ผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อยูเอสบี(USB) เช่น แฟลชไดรฟ์ ทัมบ์ไดรฟ์ และเครื่องเล่นเอ็มพี 3 เป็นต้น โดยที่โปรแกรมสแกนไวรัสไม่สามารถตรวจพบไวรัสชนิดนี้ เมื่อไวรัสเข้ามาสิงสถิตอยู่ในเครื่อง นอกจากจะแพร่ไวรัสคอมพิวเตอร์แล้ว มันยังอาจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ เปิดประตูให้แฮ็กเกอร์เข้ามาใช้เครื่องของคุณทำลายข้อมูล หรือเป็นฐานการก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ได้ ส่วนสแปมสามารถแพร่ทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง อย่างเช่น ข้อมูลผู้ใช้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5 แสนราย มีผู้ติดสแปมถึง 5 หมื่นราย จึงควรติดตั้งโปรแกรมป้องกันสแปมจะช่วยคัดครองสแปมได้
ภัยคุกคามลำดับ2 ข้อมูลสำคัญทางคอมพิวเตอร์จะอยู่ในฮาร์ดดิสก์ มีวิธีนำออกมาอยู่ 2 แบบ คือ คนบุกเข้าไปขโมยฮาร์ดดิสก์ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ และแฮ็กเกอร์เข้าไปล้วงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ อย่างกรณี อดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐอ้างว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์จากกองทัพแดงของจีน เจาะระบบเครือข่ายของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และขโมยข้อมูลบางอย่างไป ขณะนั้น ระบบเซิร์ฟเวอร์ของเพนตากอนได้ชัตดาวน์ในทันที
ส่วนภัยอันดับ3 เกิดจาการใช้อินเทอร์เน็ตที่ถือว่าน่ากลัวและสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินมากที่สุด คือการส่งอีเมลแจ้งว่าถูกลอตเตอรี่ ให้โอนเงินภาษีไปให้ก่อน หรือส่งอีเมลลวงเพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ธนาคารต่างๆ ที่ลวงขึ้นมา เพื่อให้เหยื่อกรอกยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ด ก่อนนำข้อมูลไปทำธุรกรรมทางการเงินแทนเจ้าของเงินตัวจริง รวมถึงการโทรศัพท์ลวงถามข้อมูลบัตรเครดิต เพื่อนำไปทำบัตรเครดิตปลอมด้วย
"กรณีนี้เคยมีนักศึกษาปริญญาโทหลงกลตกเป็นเหยื่อมาแล้ว โอนเงินไปให้แฮ็กเกอร์ อย่าคิดว่าเหยื่อจะมีแต่คนที่ไม่มีความรู้เท่านั้น มีอยู่กรณีหนึ่งบอกว่าได้รับมรดกของผู้นำประเทศหนึ่ง ท่องเที่ยวมาแล้วทั่วโลกและคนคนนี้ตรวจสอบแล้วเป็นทายาท ขอให้ส่งข้อมูลส่วนตัวมาให้ จะได้โอนมรดกไปให้ คิดเป็นเงินไทยก็เป็นร้อยล้านบาท สุดท้ายคนคนนี้ถูกหลอกเสียเงินไปเป็นสิบล้าน อีกกรณีมีคนส่งอีเมลมาให้แพทย์ในเมืองไทยคนหนึ่ง บอกว่าเพื่อนถูกจับอยู่ที่ต่างประเทศ ให้โอนเงินค่าประกันตัวมาให้ก่อน ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนหมอเลยโอนเงินไปให้ 6,000 บาท นึกขึ้นได้ก็เลยโทรศัพท์ไปหา เมียเพื่อนบอกว่าจะคุยด้วยไหมนอนอยู่เนี่ย ถึงได้รู้ตัวว่าถูกหลอก" นายวิสุทธิ์ยกตัวอย่าง
ทั้งนี้สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) และศูนย์อาชญากรรมทางเศรษฐกิจแห่งชาติ เคยรายงานยอดเงินที่สูญเสียไปจากอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตในปี 2550 มีมูลค่าถึง 7,440 ล้านบาทโดยมีเหยื่อเพศชายถูกต้มตุ๋นจนเสียทรัพย์เฉลี่ยครั้งละ 2.3 หมื่นบาท ขณะที่เหยื่อเพศหญิงสูญเงินเฉลี่ยครั้งละ 1.7 หมื่นบาท
ลำดับที่4 ภัยจากแฮ็กเกอร์เข้ามาเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ให้เข้าใช้งานไม่ได้ อย่างกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับเว็บไซต์ของกระทรวงไอซีที ไทยโพสต์และไอเอ็นเอ็น เป็นต้น ซึ่งในอดีตกลุ่มแฮ็กเกอร์แค่ทำเป็นเรื่องสนุก แต่ปัจจุบันแฮ็กเกอร์กำลังทำเพื่อต้องการเงิน และเปลี่ยนรูปแบบการแฮ็กเกอร์หน้าแรกของเว็บไซต์มาเป็นหน้าเว็บไซต์ด้านใน เพื่อฝังตัวและรอจังหวะล้วงข้อมูลลับจากองค์กรนั้นๆ โดยเฉพาะองค์กรด้านข่าวสารอาจถูกกลุ่มแฮ็กเกอร์เฝ้าจับตามองเป็นพิเศษ
ภัยลำดับที่ 5 เกิดจากเจาะระบบเพื่อโจมตีระบบสาธารณูปโภค เคยเกิดขึ้นแล้วล่าสุด เมื่อเดือนมกราคม 2551 เจ้าหน้าที่ประเทศหนึ่งจับกุมเด็กชายวัย 14 ปีฐานดัดแปลงรีโมทคอนโทรลสลับรางรถไฟจนเกิดอบุติเหตุรถไฟชนกันและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในสหรัฐกังวลใจต่อเรื่องนี้มาก จึงลองให้แฮ็กเกอร์เจาะระบบเข้าไปควบคุมระบบการทำงานของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งก็ทำได้สำเร็จภายในไม่กี่นาที
ภัยคุกคามลำดับ 6 นั้นแฮ็กเกอร์จะส่งตัวไวรัสหรือสปายแวร์ เข้าไปฝังในเครื่องคอมพิวเตอร์ทางช่องโหว่ต่างๆ ของระบบปฏิบัติการ หากคุณติดตั้งกล้องเว็บแคมมันอาจแอบถ่ายคลิปโป๊โดยที่คุณไม่รู้ตัวก็ได้ แล้วสปายแวร์จะแจ้งกลับมาที่แฮ็กเกอร์ว่ามันกำลังเกาะอยู่ในเครื่องไหน แล้วก็เปิดประตูต้อนรับแฮ็กเกอร์เข้ามาใช้เครื่องแทนคุณนั่นเอง ลำดับ 7 กำลังเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เกิดจากการดาวน์โหลดไฟล์คลิป ไฟล์ภาพยนตร์ จนทำให้อินเทอร์เน็ตช้าและทำให้เครือข่ายล่มในที่สุด
ภัยลำดับ 8 เป็นระบบการใช้บริการที่เน้นความรวดเร็ว อย่างบริการ อี-แบงกิ้ง อาจเป็นช่องว่างให้แฮ็กเกอร์เจาะระบบเข้ามาล้วงข้อมูลรหัสลับของคุณมาใช้แทนคุณขณะที่ ภัยลำดับที่ 9 เป็นการนำเครื่องมือของระบบรักษาความปลอดภัยและเครื่องมือแฮ็กเกอร์ มาใช้ล้วงข้อมูลสำคัญของเหยื่อ และภัยสุดท้าย การละเลยคำเตือนของระบบการระวังภัย เช่นหากมีการสร้างการล็อกอินลวงขึ้นมาระบบอาจจะแจ้งเตือนนั่นเอง
ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบความปลอดภัยจากการใช้คอมพิวเตอร์ย้ำถึงภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์ที่มีแนวโน้มรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นและเปลี่ยนรูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ ล่าสุดมีการคาดการณ์ว่าบรรดาแฮ็กเกอร์อาจกำลังมุ่งโจมตีเว็บไซต์ดังๆ ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ทั่วโลกอย่าง ไฮไฟว์ หรือมายสเปซ เร็วๆนี้ ส่วนการป้องกันที่ดีที่สุดคือ ไม่ควรกรอกข้อมูลส่วนตัวที่แท้จริง และควรสร้างอีเมลขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้ามาล้วงความลับในอีเมล แต่ที่สำคัญหากคนเราไม่มีความโลภก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของโจรไซเบอร์ ที่ลวงหลอกให้กรอกข้อมูลสำคัญของเราไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบนั่นเอง
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น