วันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2551

ปิดเทอมเที่ยวทะเล ระวัง"ไอโซพอด" ตัวดูดเลือด

ปิดเทอมเที่ยวทะเล ระวัง"ไอโซพอด" ตัวดูดเลือด

ปิดเทอมคราวนี้ผู้ปกครองอาจกังวลใจเพราะข่าว"หมัดปลา" เข้ารูหูของชาวประมง ถูกดูดเลือดจนเจ็บปวด แล้วจะเล่นน้ำทะเลกันอย่างไร มีอันตรายหรือเปล่า
หลังจากที่นายสายคิด อุนอก อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นไต๋เรือประมง นำเรือออกไปวางลอบดักปลากลางทะเล บริเวณเกาะสันฉลาม ปากอ่าว ต.แสมสารอ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ดำน้ำลงไปใต้ทะเลความลึกประมาณ 10 เมตร เพื่อวางลอบดักปลา แต่กลับถูกสัตว์ทะเลที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "ตัวดูด" หรือ "ไอ้ตัวดูด" วิ่งเข้าที่รูหูด้านขวาแล้วดูดเยื่อแก้วหูจนมีอาการปวดอย่างรุนแรงและมีเลือดไหลตลอดเวลานั้น สร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้ปกครองที่จะลูกหลานไปเที่ยวทะเลหรือดำน้ำเป็นอย่างมาก ซึ่งพวกเขาจะมีโอกาสพบเจอกับหมัดปลาหรือไม่ แล้วหมัดปลามีอันตรายอย่างไร
"คม ชัด ลึก" สอบถามไปยังนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญทางทะเลหลายท่าน ให้ข้อมูลตรงกันว่า สัตว์ทะเลที่เรียกว่า "หมัดปลา" นั้น เป็นสัตว์ในกลุ่มไอโซพอด ซึ่งเป็นสัตว์ตระกูลเดียวกับ กุ้ง กั้ง และปู แต่ทว่า หมัดปลา เป็นปรสิตภายนอก ที่อาศัยอยู่ตามตัวปลาเพื่อหลบภัยและกินอาหาร ไอโซพอดมีหลายชนิด มีทั้งชนิดที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลและไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเล ส่วนไอโซพอดที่ไม่เป็นอันตรายนั้นจะอยู่ตามชายหาด ตามพื้นทราย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "แมลงสาบทะเล" กินซากเป็นอาหาร ส่วนไอโซพอดที่เป็นปรสิตของปลานั้นจะเกาะอยู่ตามกระพุ้งแก้ม เหงือก ของเจ้าบ้านหรือตัวปลานั่นเอง

เมื่อถามถึงสัตว์ทะเลที่เข้าไปดูดเยื่อแก้วหูของชาวประมงรายนี้นักวิชาการทางทะเลหลายท่าน ยังไม่สามารถยืนยันชัดเจนว่าเป็นหมัดปลาจริงๆ หรือเป็นสัตว์อื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มไอโซพอดซึ่งมีหลายชนิดด้วยกัน !!
"ดูใกล้ๆ จะเห็นส่วนของลำตัวเป็นปล้อง แต่ไม่เห็นขาว่าเป็นปล้องๆ ด้วยหรือไม่ แต่คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มพวกไอโซโพดา หรือไอโซพอด ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีขาและตัวเป็นข้อปล้อง จัดเป็นพาราไซต์ซึ่งจะอาศัยอยู่ตามรูจมูก และในช่องปากของปลาทะเล เพื่อดูดกินเยื่อเมือกบริเวณเยื่อบุช่องปากของปลา ซึ่งมีความบางและสามารถกินเลือดปลาได้ด้วย หลังจากกินอิ่มใหม่ๆ จะเห็นด้วยตาเปล่าได้เลย โดยหมัดปลาจะมีลักษณะท้องป่อง อ้วน ตามปล้อง เป่งไปด้วยเลือดจากเจ้าบ้าน ทั้งนี้ สัตว์ทะเลกลุ่มนี้สามารถเจริญเติบโตในร่างกายของปลาจากตัวเล็กเป็นตัวใหญ่ได้ " ผศ.ดร.ปภาศิริ บาร์เนท ภาควิชาวาริชศาสตร์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้ข้อมูล
ส่วนกรณีที่หมัดปลาเข้าไปอยู่ในหูชาวประมงนั้นผศ.ดร.ปภาศิริ ตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะเป็นความบังเอิญมากกว่า เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีปรากฏการณ์ว่าสัตว์กลุ่มนี้เข้าไปอยู่ในร่างกายมนุษย์เพราะมนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่น ซึ่งสัตว์กลุ่มนี้จะอาศัยอยู่แต่ในตัวปลาที่เป็นสัตว์เลือดเย็น แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอาจมองได้ว่าเป็นหนทางเพื่อการอยู่รอดของพวกไอโซพอดมากกว่า และบังเอิญว่าขนาดตัวของมันสามารถลอดเข้าช่องหูคนได้ !

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ หมัดปลา เคยสร้างความเดือดร้อนให้แก่กลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชังในลุ่มน้ำแม่กลองมาแล้วเมื่อปี 2547 และกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชังในทะเลอันดามันก็กำลังเดือดร้อนจากโรคหมัดปลาเช่นกัน ซึ่งปลาที่ติดโรคหมัดปลาจะมีอาการว่ายน้ำอย่างทุรนทุราย และพยายามเสียดสีกับข้างบ่อ กระโดดขึ้นจากผิวน้ำ ถ้าสังเกตจะเห็นหมัดปลาที่มีลำตัวยาวรีเป็นปล้องๆ สีแดงเข้มเกือบดำเกาะอยู่ตามส่วนต่างๆ ของตัวปลา โดยไม่เกาะอยู่บนตัวปลาแบบถาวร มันจะดูดเลือดปลากินเป็นอาหารแล้วทิ้งตัวอยู่ที่พื้น ก้นบ่อ เมื่ออาหารย่อยหมดแล้วก็จะกลับมาเกาะตัวปลาใหม่ ปลาขนาด 2-3 ซม. ถ้ามีหมัดปลาเกาะ 3-4 ตัวก็จะทำให้ปลาตายได้ภายใน 3-4 ชั่วโมง ปลาที่ตายเหงือกจะซีดมาก ปลาที่พบว่าโรคนี้ได้แก่ ปลาสวาย ปลานิล เป็นต้น
กรณีหมัดปลา เข้าหูคนนั้น อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่โดยธรรมชาติของสัตว์ในกลุ่มไอโซพอดที่มีอยู่มากมายหลายชนิดในทะเล ซึ่งอาศัยเกาะอยู่ตามตัวปลาหรือในตัวปลา เพื่อใช้กำบังป้องกันภัยและเพื่อความอยู่รอดของมันนั้น เวลามันจะย้ายบ้านหลังใหม่ หรือพฤติกรรมหาเหยื่อของมันเป็นอย่างไร ยังไม่มีใครตอบได้ !!
แล้วจะมีใครเป็นผู้โชคร้ายเหมือนชาวประมงรายนี้อีกหรือไม่!!

ไซต์บาร์----------------
ข้อมูล: ไอโซพอด จากวิกิพีเดีย
ไอโซพอด(Isopod) เป็นสัตว์จำพวกครัสเตเชียนกลุ่มที่มีความหลากหลายมากที่สุดชนิดหนึ่ง พบอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมทุกรูปแบบ แต่จะพบได้มากที่สุดในทะเลน้ำตื้น สัตว์กลุ่มนี้มีความแตกต่างไปจากครัสเตเชียนส่วนใหญ่ เพราะสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมบนบกได้ดี (อันดับย่อย Oniscidia ได้แก่ เหาไม้ และแมลงสาบทะเล) แม้ว่าพบได้หลากหลายที่สุดในทะเลลึกก็ตาม (อันดับย่อย Asellota) มีหลายสปีชีส์ในจีนัส Cymothoa ที่ดำรงชีวิตเป็นปรสิตในช่องปากของปลา รู้จักกันในชื่อว่า "ตัวกัดลิ้น (Tongue biter)" สัตว์ในกลุ่มไอโซพอดจัดว่าเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่พบฟอสซิลตั้งแต่ในยุคคาร์บอนิเฟอรัส (อันดับย่อย Phreatoicidea วงศ์ Paleophreatoicidae) ซึ่งแตกต่างเพียงเล็กน้อยไปจากกลุ่ม Phreatoicidean ยุคใหม่ที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดทางซีกโลกใต้
ลักษณะทั่วไปของครัสตาเซียน
ลำตัวแบ่งออกเป็น3 ส่วน คือส่วนหัว (head), ส่วนอก (thorax) และส่วนท้อง (abdomen) ส่วนหัวมีระยางค์ที่สำคัญ 5 คู่ ปล้องที่มี anal เรียกว่า telson (caudal rami) ระบบขับถ่ายประกอบด้วย anternal or maxillary glands มีตา 2 ประเภทคือ nauplius eye อยู่กลางหัว 1 ตา และตารวม compound eye 1 คู่ อยู่ที่ด้านข้างของหัว ส่วนใหญ่สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ (เพศผู้และเพศเมียแยกกัน) การเจริญเติบโตมี 2 แบบคือ indirect และ direct development โดยมากมีตัวอ่อนเรียกว่า nauplius larva พบว่ามีจำนวนครัสตาเซียนถึง 7.5 หมื่นชนิด (ลัดดา 2544 อ้างใน Meglitsch and Scharm, 1991)
ไอโซพอดเป็นครัสตาเซียนที่มักพบอยู่บนบกที่อาศัยอยู่ในน้ำมีน้อย และพบในทะเลมากกว่าในน้ำจืด (ลัดดา, 2543 อ้างตาม Hurley, 1961) ลักษณะลำตัวแบนจากบนลงล่าง (depress) แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือส่วนหัว ส่วนอก และส่วนท้อง (รูปที่ 3; C-D) ส่วนหัวมี ลักษณะคล้ายโซ่ ขาปล้องอกและขา ปล้องท้องยื่นยาวออกด้านข้างลำตัว ลำตัวไม่มี carapace คลุม ปล้องท้องปล้องสุดท้ายมักเชื่อมกับ telson มีหนวด 2 คู่ และมีตาแบบตาประกอบ 1 คู่ ลักษณะเฉพาะของไอโซพอดคือมีเหงือกอยู่ที่ท้องของลำตัว
นอกจากนี้ยังแยกออกเป็น8 กลุ่มย่อยอีกต่างหาก

ไม่มีความคิดเห็น: