วันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2551

ใครกันแน่ที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมการเสียชีวิตของแรงงานพม่า ๕๔ ราย

ใครกันแน่ที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมการเสียชีวิตของแรงงานพม่า ๕๔ รายเครือข่ายผู้ย้ายถิ่นลุ่มน้ำโขง / เครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ - [ 13 เม.ย. 51, 21:29 น. ]
๑๑ เมษายน ๒๕๕๑
เครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ (Action Network for Migrants: ANM) และ เครือข่ายผู้ย้ายถิ่นลุ่มน้ำโขง (Mekong Migration Network: MMN) ตระหนักถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นวันที่ ๑๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวมีแรงงานข้ามชาติสัญชาติพม่าเสียชีวิต ๕๔ ราย เป็นหญิง ๓๗ ราย และชาย ๑๗ ราย ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตมีเด็กหญิงและเด็กชายรวมอยู่ด้วย สาเหตุที่ทำให้แรงงานเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจระหว่าง การเดินทางของแรงานโดยรถบรรทุกไปทำงานยังจังหวัดภูเก็ต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้รอดชีวิต ๖๗ คน โศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้ถูกนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ ทั้งสื่อต่างประเทศและในประเทศ อาทิ South China Morning Post ซึ่งพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งประจำฉบับวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๑ เนื้อหาข่าวนำเสนอว่าในแต่ละปีประเทศไทยมีแรงงานข้ามชาติกว่าล้านคนอพยพจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สหภาพพม่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และราชอาณาจักรกัมพูชา แรงงานกลุ่มดังกล่าวมีคุณูปการต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะได้เข้ามาทดแทนในงานที่แรงงานไทยปฏิเสธที่จะไม่ทำ เพราะค่าจ้างต่ำและภาวะการทำงานที่ย่ำแย่รวมถึงกฎหมายแรงงานไม่คุ้มครอง อย่างไรก็ตามเป็นที่ว่าข้อถกเถียงต่างๆ แต่สิ่งที่เป็นโศกนาฏกรรมยิ่งกว่าคือประเด็นเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติกลับถูกนำเสนอผ่านมุมมองของความมั่นคงโดยละเลยที่จะกล่าวถึงคุณูปการของแรงงานข้ามชาติที่มีต่อประเทศ และสาเหตุที่แท้จริงการของเสียชีวิตของแรงงานตามที่สำนักข่าว South China Morning Post ได้นำเสนอต่อไปว่าโศกนาฏกรรมดังกล่าวถูกเบี่ยงเบนเป็นประเด็นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งนำไปสู่การพุ่งเป้าไปยังนายหน้าและกระบวนการค้ามนุษย์ รวมถึงการหลบหนี้ชะตากรรมที่โหดร้ายภายในพม่ามายังประเทศไทย อย่างไรก็ตามแรงงาน ผู้พลัดถิ่น โดยเฉพาะจากพม่าจำเป็นต้องอพยพมายังประเทศไทยเพื่อการอยู่รอด เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบภายในประเทศและการที่รัฐบาลเผด็จการละเมิดสิทธิมนุษยชนในปัจจุบันถึงแม้ประเทศไทยจะพยายามจัดให้มีช่องทางการย้ายถิ่นที่ถูกกฎหมาย แต่กระบวนการดังกล่าวข้อจำกัดที่มิอาจปฏิบัติได้จริง ดังจะพบได้จากการลงนามในข้อตกลงระหว่างไทยและพม่าในการส่งแรงงานจากพม่าเพื่อทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายกลับไม่มีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติเพราะรัฐบาลทหารพม่าบ่ายเบี่ยงในการพิสูจน์สัญชาติประชาชนของตน ทั้งนี้ความพยายามของประเทศไทยในการปฏิบัติตามขั้นตอนบันทึกข้อตกลงจะไม่ประสบความสำเร็จหากประเทศคู่สัญญาอย่างพม่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงการด้านปกครองและสิทธิมนุษยชนเช่นเดียวกับการลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมที่ไทยลงนามกับลาวและกัมพูชา ซึ่งแรงงานที่ดำเนินการผ่านกระบวนการดังกล่าวต้องพบกับความล่าช้าของระบบราชการและปัญหาที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในทุกขั้นตอน ในขณะที่ช่องทางการเปิดให้ผู้พลัดถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยนั้นสามารถจดทะเบียนแรงงานในประเทศไทยได้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นนโยบายที่ก้าวหน้า แต่กลับขาดความยืดหยุ่นเนื่องจากแรงงานไม่สามารถเดินทางข้ามพื้นที่จดทะเบียนได้ หรือการเปลี่ยนนายจ้างที่มีขั้นตอนยุ่งยาก การจำกัดอิสรภาพในการเคลื่อนย้าย ไม่มีการออกเอกสารให้แรงงานเดินทางได้ชั่วคราวในเวลาที่จำเป็น รวมถึงประกาศจังหวัดที่ละเมิดเสรีภาพในการแสดงออก ข้อจำกัดดังกล่าวนั้นมีผลต่ออิสระในการเดินทางและโยกย้ายถิ่น ซึ่งกลายเป็นช่องทางให้มีผู้แสวงหาผลประโยชน์จากการช่วยเหลือแรงงานให้สามารถเดินทาง ยิ่งทำให้แรงงานต้องพึ่งพาช่องทางนอกระบบมากขึ้นดังนั้น เครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ (ประเทศไทย) และ เครือข่ายผู้ย้ายถิ่นลุ่มน้ำโขง เสนอให้รัฐบาลประเทศไทยแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าวบนฐานของการแก้ปัญหาจากสาเหตุที่แท้จริงคำนึงถึง สิทธิแรงงานและสิทธิมนุษยชนของคนทุกคน มิใช่มุ่งพิจารณาแต่ประเด็นเรื่องความมั่นคงของรัฐที่ดูดีในการประกาศแต่ไม่สามารถสร้างความมั่นคงให้ใครได้เลย ในงานศึกษาของเครือข่ายผู้ย้ายถิ่นลุ่มน้ำโขงได้พบว่าข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายแรงงานกลับส่งเสริมขบวนการค้ามนุษย์และการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย นำไปสู่ชะตากรรมที่โหดร้ายดังปรากฏตามภาพข่าวในกรณีที่แรงงานข้ามชาติต้องเสียชีวิตที่จังหวัดระนองระหว่างการเดินทางไปจังหวัดภูเก็ตเครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ และ เครือข่ายผู้ย้ายถิ่นลุ่มน้ำโขงเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ากรณีดังกล่าวจะเป็นกรณีที่รัฐไทยจะรับฟังข้อเสนอที่นำไปสู่การกำหนดมาตรการปกป้องสิทธิแรงงานอย่างเหมาะสม รวมถึงการตระหนักในสิทธิการเคลื่อนย้ายของแรงงาน การเข้าถึงการจดทะเบียนแรงงาน ซึ่งจะทำให้แรงงานมีศักยภาพในการกำหนดชะตาชีวิตตนเองมากขึ้นท้ายนี้ เครือข่ายปฏิบัติการแรงงานข้ามชาติ และ เครือข่ายผู้ย้ายถิ่นลุ่มน้ำโขง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการตอบรับต่อข้อเสนอดังต่อไปนี้๑. แรงงานข้ามชาติรวมถึงครอบครัวผู้รอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมจังหวัดภูเก็ตควรได้รับการรักษาพยาบาลทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างเหมาะสม และได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย เช่นตามพระราชบัญญัติค่าชดเชยความเสียหายจากคดีอาญา๒. รัฐบาลควรปรับปรุงระบบการจดทะเบียนแรงงานที่เปิดให้มีการจดทะเบียนตลอดปี รวมถึงอำนวยความสะดวกเรื่องสถานที่จดทะเบียนโดยเฉพาะพื้นที่แถบชายแดน นอกจากนั้นแรงงานควรได้รับใบอนุญาตทำงานทันทีที่จดทะเบียน และควรมีการออกเอกสารการเดินทางชั่วคราวที่แรงงานสามารถเดินทางเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งนายหน้าหรือผู้นำพา ควรมีกลไกในการคุ้มครองแรงงานและการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม๓. รัฐบาลควรหยุดการทำให้แรงงานเป็นเสมือนหนึ่งอาชญากร และยุติการอ้างถึงความมั่นคงของชาติและละเลยการแก้ปัญหาที่แท้จริงของการย้ายถิ่น รวมถึงรับฟังและร่วมทำงานกับแรงานข้ามชาติและประชาสังคมที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางที่ปฏิบัติได้จริงในการปกป้องคุ้มครองสิทธิแรงงานทุกคนในราชอาณาจักรไทย
ด้วยความนับถือเครือข่ายผู้ย้ายถิ่นลุ่มน้ำโขงเครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ
แถลงการณ์ฉบับนี้ลงนามโดย:
๑. เครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ (Action Network for Migrants: ANM)
๒. เครือข่ายผู้ย้ายถิ่นลุ่มน้ำโขง (Mekong Migration Network: MMN)
รายละเอียดติดต่อ:
ลัดดาวัลย์ ต๊ะมาฟู เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์และส่งเสริมศักยภาพ + 66 8 1595 1364เครือข่ายผู้ย้ายถิ่นลุ่มน้ำโขง (MMN) E-mail: advocacy@mekongmigration.orgและเครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ Email action_migrants@yahoo.com

ไม่มีความคิดเห็น: