วันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2551

ถึงรากถึงโคนวันสงกรานต์ (ตอนหนึ่ง): การรณรงค์อย่างไม่เข้าท่าของรัฐไทยและแนววัฒนธรรมชุมชน


ถึงรากถึงโคนวันสงกรานต์ (ตอนหนึ่ง): การรณรงค์อย่างไม่เข้าท่าของรัฐไทยและแนววัฒนธรรมชุมชน

ภฤศ ปฐมทัศน์
คณะสุภาพบุรุษ(เสี่ยว)

1
“นึกดูว่าภาพจากการรณรงค์เล่นน้ำอย่างถูกต้องตามประเพณีมันคือภาพที่มีคนแต่งชุดไทยเดิม เดินถือขันพรมน้ำใส่กันกระปิดกระปรอย แบบไม่รู้ว่ามันจะทำให้เย็นขึ้นยังไง แถมพอได้ลองไปเจอในสถานที่จริง เหตุการณ์จริงทุกปี ก็ไม่เห็นจะมีไอ้ภาพที่รณรงค์กันปรากฏขึ้นมาสักแอะ”

2
“คงต้องยอมรับว่าวัฒนธรรมมันได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว อย่างน้อยก็เปลี่ยนไปจากสายตาการมองแบบชนชั้นนำ ที่มีภาพของวัฒนธรรมในแบบหนึ่งและคิดไปเองว่าประชาชนอื่นๆ ก็มีวัฒนธรรมในแบบที่ตนนำเสนอไปด้วย”

3
“การนำเอาภาพประเพณีแบบฝันหวานมาฉายให้ดูซ้ำ ๆ มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรนอกเสียจากทำให้เราได้เห็นโลกคู่ขนานอีกใบที่ไม่มีวันบรรจบกันกับความเป็นจริงบนท้องถนนบ้านเราเลย”


พอถึงช่วงสงกรานต์เมื่อไหร่ยอมรับกันเสียเถอะว่าพวกเราทั้งหลายล้วนคิดถึงการเล่นสาดน้ำกับขึ้นมาเป็นอย่างแรก ภาพของผู้คนอยู่ในชุดที่เปียกปอนท่ามกลางน้ำสาดกระเซ็นแทบจะถูกฉายออกไปในทีวีทุกช่องของประเทศ ไม่พักต้องเปิดทีวีก็ได้ ลองเดินถัด ๆ ออกไปในที่ ๆ มีคนอยู่หน่อยก็จะเห็นสารพัดอาวุธ ทั้งถังน้ำเล็กใหญ่ (บ้างก็มีสายห้อยไว้ตักน้ำในคู) ปืนฉีดน้ำหลายสีสัน

พูดก็พูดเถอะ ตั้งแต่จำความได้ เมื่อเอ่ยถึงสงกรานต์ทีไรภาพพวกนี้มันก็ลอยมาทุกครั้ง ภาพของการรดน้ำดำหัวอะไรพวกนี้จะเคยเจอเป็นพัก ๆ ตอนเป็นกิจกรรมรายปีในโรงเรียน หรือในมหาวิทยาลัย หรือเวลารวมญาติแบบนานทีปีหน แต่ถ้าให้เทียบแล้ว พูดจากใจจริงว่าเรื่องการเล่นสาดน้ำมันก็เบียดเข้ามาในหัวก่อนเรื่องพวกนี้ทุกที

แต่ทุกปีๆ ก็มักจะมีการรณรงค์เรื่องการรดน้ำดำหัว รวมไปจนถึงการรณรงค์เมาไม่ขับทั้งหลาย ซึ่งผมก็มองว่าทั้งสองเรื่องนี้รณรงค์ไปก็ดี แต่โดยส่วนตัวก็ไม่ค่อยเชื่อว่ามันจะส่งผลทางปฏิบัติได้มากมายอะไร

อย่างน้อย เอาเถอะว่า ผมยังพอรับได้กับการรณรงค์สองอย่างแรกที่ว่ามาได้ แต่เรื่องหนึ่งที่ผมเจอมาแล้วรู้สึกว่ามันชวนขำแปลกๆ คือการรณรงค์เล่นน้ำกับอย่างถูกต้องตามประเพณี ...ถ้าพวกเขาเปลี่ยนคำและเปลี่ยนวาระให้มันเสียหน่อยว่าเป็นการเล่นน้ำอย่างปลอดภัย หรืออย่างเคารพกัน (ไม่ต้องถึงขั้นใช้คำว่าอย่างมีมนุษยธรรมแบบที่มหาอำนาจบางประเทศชอบใช้ก็ได้) คงฟังดูน่าเชื่อถือขึ้นมาหน่อย

นึกดูว่าภาพจากการรณรงค์เล่นน้ำอย่างถูกต้องตามประเพณีมันคือภาพที่มีคนแต่งชุดไทยเดิม เดินถือขันพรมน้ำใส่กันกะปิดกระปรอย แบบไม่รู้ว่ามันจะทำให้เย็นขึ้นยังไง แถมพอได้ลองไปเจอในสถานที่จริง เหตุการณ์จริงทุกปี ก็ไม่เห็นจะมีไอ้ภาพที่รณรงค์กันปรากฏขึ้นมาสักแอะ

ผมไม่รู้ว่าการเล่นแบบจุ่มน้ำดีดใส่กันกระปิดกระปรอยแบบที่เห็นในโทรทัศน์ (หรือในบางจังหวัดก็มีการเดินรณรงค์กันเลยทีเดียว) มันจะมีอยู่จริงหรือไม่ แต่การเอาคำว่า ‘ประเพณีที่ดีงาม' มาใช้รณรงค์กับการเล่นน้ำสงกรานต์ในปัจจุบัน มันก็เหมือนเป็นโลกคู่ขนาน (ของภาพฝันจากชนชั้นนำกับภาพความจริงเวลาออกเดินไปตามถนน) ที่เชื่อมอะไรกันไม่ได้เลยสักนิดเดียว และเมื่อเชื่อมอะไรไม่ได้ก็นำมาแก้ปัญหาอะไรจริงไม่ได้

คงต้องยอมรับว่าวัฒนธรรมมันได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว อย่างน้อยก็เปลี่ยนไปจากสายตาการมองแบบชนชั้นนำ ที่มีภาพของวัฒนธรรมในแบบหนึ่งและคิดไปเองว่าประชาชนอื่น ๆ ก็มีวัฒนธรรมในแบบที่ตนนำเสนอไปด้วย

การเล่นสงกรานต์แบบสุดสวิงที่ผมเห็นในทุกๆ วันนี้มันอาจขัดหูขัดตานักอนุรักษ์บางสาย แต่ผมก็มองว่ามันเป็นปรากฏการณ์ที่เราต้องยอมรับมันให้ได้ก่อน และแทนที่จะมัวแต่ไปด่า คนที่ใส่เสื้อวาบหวิว (เห็นด่าแต่ผู้หญิง ผู้ชายโชว์หัวนมโทง ๆ ไม่ด่าหัวนมผู้ชายมันก็เสียวได้นะ) คนที่เต้นปลดปล่อยอารมณ์ไปกับเพลงเสียงดัง ๆ (ส่วนหนึ่งผมยอมรับว่าเบสสะเทือนร่องหูของมันน่ารำคาญอยู่เหมือนกัน แต่กับคนที่สนุกกับมันผมก็ไม่ว่าอะไร) หรือด่าคนที่เล่นน้ำกันแบบลืมวันลืมคืน ผมว่าเราเอาเวลามาคิดเรื่องที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยดีกว่าไหม

การรณรงค์นอกจากเรื่องที่รณรงค์กันทุกปีอย่างเมาไม่ขับแล้ว ความปลอดภัยด้านอื่น ๆ ในเวลาที่มีการเล่นน้ำก็ควรคำนึงถึง จริงอยู่ว่าการรณรงค์ในเชิงรื้อฟื้นวัฒนธรรมมันมีท่าทีที่นุ่มนวลกว่าการดำเนินนโยบายที่เป็นรูปธรรมจริงจังไปจนถึงการประกาศบังคับใช้กฎหมาย แต่ผมคิดว่าการนำเอาภาพประเพณีแบบฝันหวานมาฉายให้ดูซ้ำ ๆ มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรนอกเสียจากทำให้เราได้เห็นโลกคู่ขนานอีกใบที่ไม่มีวันบรรจบกันกับความเป็นจริงบนท้องถนนบ้านเราเลย

องค์กรภาคีชม.ระดมสมองฟื้นฟูวัฒนธรรมปี๋ใหม่เมือง

7 มี.ค. เครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือ (สคล.) โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญา ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่และองค์กรภาคี จัดการประชุมรณรงค์ปีใหม่เมือง “ม่วนงันสันเล้า ปลอดเหล้า ปลอดภัย ม่วนใจ๋ปี๋ใหม่เมือง” ณ ห้องประชุม หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ โดยเป็นการระดมข้อเสนอและร่วมหารือแผนการจัดงานปีใหม่เมือง (สงกรานต์) ที่จะมาถึง ซึ่งทุกฝ่ายมุ่งหวังฟื้นฟูความหมาย องค์ความรู้ และรูปแบบของประเพณีปีใหม่เมือง รวมถึงให้ประเพณีเป็นสื่อรณรงค์ลด ละ เลิกเหล้า

นายธงชัย ยงยืน สำนักงานโครงการเครือขายงดเหล้า ภาคเหนือ (สคล.) ภายใต้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวสรุปภาพรวมสถานการณ์ปีที่ผ่านมาว่า ปี 2550 สสส.ได้เริ่มต้นร่วมมือกับเทศบาลเชียงใหม่ รณรงค์งดเหล้าในงานประเพณีปีใหม่เมือง โดยเทศบาลฯไม่รับการสนับสนุนจากธุรกิจแอลกอฮอล์ อีกทั้งประกาศนโยบายตรวจจับปรับจริงกับผู้ที่จำหน่ายแอลกอฮอล์ที่ไม่มีใบอนุญาต และควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณคูเมือง ซึ่งเป็นจุดเล่นน้ำสำคัญของจังหวัด
เชียงใหม่ โดยได้ชี้แจงกับร้านแผงลอยไม่ให้จำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดบนบาทวิถี ถนนสาธารณะบริเวณรอบคูเมืองและในเขตคูเมืองเชียงใหม่ หากฝ่าผืนจะมีโทษปรับ 2,000 บาท

อย่างไรก็ตาม พื้นที่เล่นน้ำของเชียงใหม่รอบคูเมืองเชียงใหม่มีสภาพเปิดสามารถเข้าออกได้ทุกทาง จึงไม่สามารถตั้งแผงสกัดได้ ประกอบกับกำลังเจ้าหน้าที่ในการควบคุมไม่เพียงพอกับพื้นที่ดูแลที่มีบริเวณกว้าง รวมความยาวกว่า 8 กิโลเมตรจึงพบเห็นการฝ่าผืนโดยทั่วไป ซึ่งจากการเก็บข้อมูลสังเกตพฤติกรรมไม่เหมาะสมขณะเล่นน้ำสงกรานต์ระหว่างวันที่ 13-15 เม.ย 2549 เปรียบเทียบกับช่วงวันเดียวในปี 2550 พบว่าพฤติกรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้แก่ เมาแล้วก่อเหตุทะเลาะวิวาท เมาแล้วขับ เต้นรำในลักษณะอนาจาร รวมถึงการล่วงเกินทางเพศ เช่น กอด ควัก ปะแป้ง เป็นต้น ส่วนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่มีแนวโน้มลดลง ได้แก่ การดื่มแอลกอฮอล์ของเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี การแสดงออกเกินเลยคุมสติไม่อยู่ การแต่งกายยั่วยวนเปิดเผยเกินควร เป็นต้น

“ขณะที่เวทีหน้าบริเวณห้างสรรพสินค้ากาดสวนแก้ว อยู่นอกเขตพื้นที่ควบคุมการเล่นน้ำของทางเทศบาลจึงมีการจัดกิจกรรมได้อย่างอิสระ เหนือการควบคุมจึงมีลักษณะยั่วยุทางเพศ เช่น เต้นโคโยตี้ ภาพเหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คนเชียงใหม่จะต้องพิจารณาและลงมือกระทำในประเพณีปีใหม่เมือง ท่ามกลางความต้องการที่หลากหลายของสังคม” นายธงชัย กล่าว

ร้อยเอกหญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า ประเพณีปีใหม่เมืองของเชียงใหม่ได้รับความสนใจจากผู้คนทุกท้องที่ทั่วโลก เพราะมีความสนุกสนาน และมีความงดงามทางประเพณี ที่ทุกฝ่ายต้องการรักษา แต่ระยะหลังมีแต่ภาพความของสนุกสนาน และความไม่สวยงามอันเนื่องจากการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งปีนี้เทศบาลพยายามจะสร้างความสมดุลระหว่างความสนุกสนานและประเพณี และได้รับความปลอดภัย

นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า ในแผนงานเบื้องต้นจะกำหนดให้พื้นที่สวนบวกหาดเป็นพื้นที่เล่นน้ำแบบอนุรักษ์ตามประเพณี ปราศจากความรุนแรงและพฤติกรรมไม่เหมาะสม รวมถึงจะมีข่วงวัฒนธรรมล้านนากระจายรอบคูเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเห็นทั้ง 2 ด้าน โดยความรุนแรง การดื่มเหล้า วัฒนธรรมตะวันตกไม่กลืนทับความสวยงาม และความดีงามของวัฒนธรรมเมืองของเรา
“อย่างไรก็ตามทางเทศบาลพยายามเจรจากับบริษัทที่จัดงานสงกรานต์ที่ไม่เหมาะสมดังที่ปรากฏในข่าวทุกๆปี ล่าสุดรับรู้มาเขาจะจัดงานในลักษณะเดิมต่อไป โดยจะยอมเสียค่าปรับ เพราะรายรับได้มากกว่าค่าปรับมาก แต่ก็จะมีพูดคุย และขอความร่วมมือต่อไป รวมถึงเทศบาลได้ขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการต่างในการรื้อถอนป้ายโฆษณาที่มีภาพ เนื้อหาไม่เหมาะสมบริเวณรอบคูเมืองด้วย”

นายสุดชาย กรรณกุลสุนทร ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่ไม่ได้คิดจะเอาวัฒนธรรมมาเป็นจุดขายสำหรับการท่องเที่ยว แต่ต้องการรักษาสิ่งที่ทำกันอยู่ในอดีตเพราะปีใหม่เมืองเป็นประเพณีสำคัญของคนในท้องถิ่น ในเมื่อสิ่งแปลกปลอมมันรุกคืบเข้ามาจนเปลี่ยนประเพณีและการเล่นน้ำสงกรานต์ไปทั้งหมด ปีนี้เทศบาลจะเปิดสงครามแย่งพื้นที่สิ่งแปลกปลอม และเติมเต็มศิลปวัฒนธรรมประเพณีที่ดีขึ้น เพิ่มเติมพื้นที่เล่นน้ำอย่างถูกวิธี และจะพยายามให้คนพูดภาษาถิ่น และแต่งกายพื้นเมืองอย่างเหมาะสม

“เรายอมรับในวิถีของสังคมที่มีทั้งคนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ จึงไม่ได้สุดโต่งที่จะให้คนกลับมาเล่นน้ำสงกรานต์แบบเดิมทั้งหมด แต่จะพยายามป้อมปรามการขายเหล้า และเวทีการแสดงที่ไม่เหมาะสมต่างๆ และค่อยๆ รณรงค์ประเพณีปีใหม่เมืองซึ่งในอนาคตข้างหน้าเชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน”
ด้านนายประสงค์ แสงงาม โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา กล่าวว่า คณะทำงานได้ทำงานร่วมกับชุมชนทั้ง 25 แห่งในเขตเทศบาล เพื่อให้คนเชียงใหม่ได้มีส่วนร่วมในการรักษาประเพณีด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้เห็นความสวยงามในขบวนแห่ และในเวทีแสดงวัฒนธรรมต่างๆ รวมถึงจะมีอาสาสมัครเฝ้าระวังนับ 1,000 คน กระจายตัวรอบคูเมืองทั้ง 4 ด้านให้ความรู้เรื่องศิลปวัฒนธรรมเกี่ยวกับปีใหม่เมืองอีกด้วย

นายอัคนี มูลเมฆ ภาคีคนฮักเชียงใหม่ เสนอแนะว่า หากมีการปิดการจราจรบนถนนรอบคูเมืองบางด้านเพื่อให้คนเล่นน้ำตามประเพณีอย่างปลอดภัย นอกจากนี้หากมีการประสานงานกับทางจังหวัดเพื่อดูแลประเพณีปีใหม่เมืองทั้งระบบ สร้างจุดเล่นน้ำกระจายแห่งต่างจะช่วยลดการมุ่งหน้าเข้าสู่คูเมือง ซึ่งจะทำให้ปัญหาการเล่นน้ำรอบคูเมืองเชียงใหม่ลดลง เช่น แม้บริเวณคูเมืองเป็นเขตควบคุมการจำหน่ายสุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่คนที่เข้ามาส่วนใหญ่ก็เมาหรือ นำพกพาเข้ามาดื่มในคูเมือง เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมนี้ยังมีข้อเสนอแนะอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ให้เทศบาลจัดเวทีดนตรีมีนักแสดงนักร้องมาโชว์ตัว หรือจัดการประกวดวงวงดนตรีเพื่อดึงดูดเยาวชนที่ชื่นชอบความสนุกสนาน จากเวทีที่ไม่เหมาะสมต่างๆ หรือให้เทศบาลต้องให้ความสำคัญกับคนท้องถิ่นในการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการจัดงานประเพณีปีใหม่เมือง ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวจะมีการหารือกันต่อไป

ที่มา: สำนักข่าวประชาธรรม



ศธ.เอาจริงสงกรานต์ถ่อยเมา-ลามกจับตาคูเมือง

กระทรวงศึกษาธิการเอาจริงเล่นสงกรานต์ถ่อย สาดน้ำแข็งมีโทษ แต่งกายไม่สุภาพเล่นน้ำให้ระวัง จัดทีมสารวัตรนักเรียนและเครือข่ายจับตาเฝ้าระวังคูเมืองเชียงใหม่ ขณะที่ภาคเอกชนในเชียงใหม่ขานรับสงกรานต์เชียงใหม่ปลอดเหล้า

มีรายงานข่าวแจ้งว่า นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการออกมาเปิดเผยว่าใกล้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ทุกปีมักจะพบว่ามีเยาวชนจำนวนมากแต่งกายไม่สุภาพ ระหว่างเล่นน้ำวัยรุ่นมักจะสวมใส่เสื้อบางๆแบบนุ่งน้อยห่มน้อยทำให้มองเห็นสรีระต่างๆสร้างความยั่วยุทางอารมณ์ให้กับผู้ชาย รวมถึงการใช้แป้งปะหน้า หรือดื่มแอลกอฮอล์จนทำให้เกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท

"ทางกระทรวงศึกษาธิการตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงดำเนินการจัดเจ้าหน้าที่สารวัตรนักเรียนและเครือข่ายทั่วประเทศเฝ้าระวังในจุดเสี่ยงต่างๆ เช่นคูเมืองเชียงใหม่ โดยจะขอความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงวัฒนธรรมจัดส่งทีมงานลงพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ที่ถูกต้อง"
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง มีรายงานแจ้งว่า การเล่นน้ำสาดน้ำบนถนนหลวงเป็นความผิด รวมทั้งการปาน้ำแข็งหรือสิ่งของใส่รถยนต์ นอกจากจะเป็นความผิดตามมาตรา 39 พ.ร.บ.ทางหลวง ตำรวจจะดำเนินคดีความผิดมีโทษจำคุก 6-10 ปี ทั้งนี้จะเน้นการเล่นสาดน้ำบนทางหลวงเป็นพิเศษ

ที่วัดพระสิงห์ฯ อ.เมือง เชียงใหม่เมื่อค่ำวันที่ 3 เม.ย. 51 รอ.หญิง เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และนายจุณพงศ์ สาระนาค ผอ.ททท.เขต 1 เชียงใหม่ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานประเพณียี่เป๋งเชียงใหม่ โดยปีนี้จะเน้นเรื่องการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีเป็นกรณีพิเศษ เพื่อชูเป็นจุดขายให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ได้มีพระสิงหวิชัย รองเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ ได้ฝากเรื่องสงกรานต์ให้กับหน่วยงานภาครัฐไปดำเนินการคือเรื่องสงกรานต์ปลอดเหล้า

อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ทางกลุ่มภาคเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ได้ร่วมลงนามในพื้นที่เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ จะเป็นเขตปลอดเหล้าช่วงสงกรานต์ เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 4 เม.ย.ที่บริเวณคูเมืองด้านลานอเนกประสงค์ประตูท่าแพ รอ.หญิง เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ได้เป็นประธานการฝึกซ้อมแผนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากที่สูงและทางน้ำเพื่อเตรียมความพร้อมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยกล่าวว่าวันนี้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการฝึกซ้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนที่มาเล่นน้ำรอบคูเมืองได้มั่นใจถึงความปลอดภัย "คุณภาพของน้ำในคูเมืองรับรองได้ว่ามีคุณภาพมาตรฐาน ได้รับการบำบัดทำให้สะอาดเล่นน้ำได้อย่างสบายใจได้ทุกจุดรอบคูเมืองเชียงใหม่.

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยนิวส์



เทศบาลนครเชียงใหม่แถลงข่าวการจัดงานสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ โดยจะจัดสงกรานต์ย้อนยุคแบบล้านนา ปลอดแอลกอฮอล์

ร้อยเอกหญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่และนายจุณพงศ์ สาระนาค ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือเขต 1 ร่วมแถลงข่าวการการจัดงานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2551 ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ซึ่งมีกิจกรรมระหว่างวันที่ 1-15 เมษายน 2551 โดยจะจัดงานดังกล่าวเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของล้านนา เทศบาลนครเชียงใหม่จะจัดซุ้มเล่นน้ำสงกรานต์อย่างสุภาพปลอดภัย 20 ซุ้มรอบคูเมือง และจะควบคุมไม่ให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริเวณคูเมือง นอกจากนี้จะมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ข่วงอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ส่วนที่ข่วงประตูช้างเผือกจะจัดให้มีการเล่นสงกรานต์ย้อนยุค กิจกรรมในงานมีขบวนแห่ขนทรายเข้าวัด ขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ การประกวดนางงามสงกรานต์ การประกวดแม่ญิงขี่รถถีบกางจ้อง การตักบาตรทำบุญ การสรงน้ำพระ ก่อเจดีย์ทรายตามวัดต่าง ๆ ในเมืองเชียงใหม่ โดยจะรณรงค์แต่งกายสุภาพหรือชุดพื้นเมืองเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม

ในการนี้นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันลงนามในข้อตกลงให้สงกรานต์เชียงใหม่เป็นสงกรานต์ที่ปลอดสุราและเครื่องดื่มมึนเมา และการแต่งตัวล่อแหลม นอกจากนี้ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อาสาสมัครทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 500 คน ร่วมรณรงค์เล่นน้ำอย่างสุภาพ โดยจะมีรถกอล์ฟตรวจการณ์ และตั้งจุดสกัด 4 แจ่งรอบคูเมือง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว

ที่มา: www.citylifefm.com

โดย : ประชาไท วันที่ : 13/4/2551

ไม่มีความคิดเห็น: