วันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3992 (3192)
เศรษฐินี "เฉิง หยาน" ผู้สร้างอาณาจักรพันล้านจากขยะ
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า บรรดา "ขยะ" ที่เราทิ้งกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจะ มีค่าดั่ง "ทอง" และกลายเป็นอาชีพที่สร้างความร่ำรวยให้คนหลายๆ คน รวมถึงเศรษฐีนีชาวจีน "เฉิง หยาน" ที่ขึ้นแท่นเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของจีนใน ปี 2549 และติดอันดับมหาเศรษฐีระดับ พันล้านในทำเนียบของ "ฟอร์บส" ในปีเดียวกัน ด้วยมูลค่าทรัพย์สินใน มือถึง 2.4 พันล้านดอลลาร์เธอผู้นี้สร้างเนื้อสร้างตัวจนติดอันดับโลกจากธุรกิจรีไซเคิลกระดาษ จนหลายคนเรียกขานเธอว่า "ราชินีแห่งขยะ" (Queen of Trash)โดยเธอเป็นผู้ก่อตั้งและควบตำแหน่งประธานบริหารบริษัท "ไนน์ ดราก้อน เปเปอร์" ซึ่งรับซื้อเศษกระดาษในตลาดสหรัฐ จากนั้นจะนำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลเพื่อทำเป็นกระดาษแข็งที่เรียกว่า paperboard สำหรับนำไปใช้ผลิตกล่องบรรจุสินค้าในจีน หลังจากเปิดดำเนินการมากว่า 12 ปี รายงานผลกำไรของบริษัท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2550 ไนน์ ดราก้อน เปเปอร์ มีกำไรราว 270 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 19 เท่าตัวเมื่อเทียบกับในปี 2546 ซึ่งปัจจุบันลูกค้ารายใหญ่ๆ ของไนน์ ดราก้อนฯ อาทิ โคคา-โคลา ไนกี้ และโซนี่ที่จริงแล้ว ก่อนหน้าที่ "เฉิง หยาน" จะสร้างอาณาจักรธุรกิจรีไซเคิลกระดาษ จนใหญ่โตอย่างในปัจจุบัน เธอเริ่มต้น ธุรกิจจากการเปิดบริษัทซื้อขายกระดาษในฮ่องกงเมื่อปี 2528 ด้วยเงินลงทุนเพียง 3,800 ดอลลาร์ ซึ่งรับซื้อเศษกระดาษ จากสหรัฐต่อมาในปี 2533 เธอย้ายไปอยู่ที่ลอสแองเจลิส และแต่งงานกับสามีคนที่ 2 ซึ่งเกิดที่ไต้หวัน แต่ไปเติบโตที่บราซิล จากนั้นก็ตั้งบริษัทส่งออกกระดาษชื่อ "อเมริกา ชุง นัม" ซึ่งเป็นบริษัทผู้ส่งออกกระดาษขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐ และเป็นผู้ส่งออกไปตลาดจีนรายใหญ่ที่สุดเธอเดินทางกลับไปฮ่องกงในปี 2538 และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท "ไนน์ ดราก้อน เปเปอร์" ร่วมกับสามีและน้องชาย เพราะมองเห็นโอกาสจากความต้องการมหาศาลในตลาดจีน โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ย่านตงกวน และสามารถระดมเงินได้มากถึง 500 ล้านดอลลาร์จากการขายหุ้น ไอพีโอในตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อเดือนมีนาคม 2549"เฉิง หยาน" ในวัย 50 ปีเคยให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพีไว้ว่า เธอเพิ่งจะอายุ 20 กว่าๆ เท่านั้นในตอนที่เริ่มเข้ามา สู่ธุรกิจนี้ใหม่ๆ ซึ่งตอนนั้นเศษกระดาษยังเป็นของที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นแค่ขยะสกปรก ซึ่งก็ไม่ต่างกับที่เธอรู้สึกในตอนแรกแต่เธอเริ่มค้นพบศักยภาพของธุรกิจนี้อย่างจริงจัง เมื่อได้ร่วมงานกับบริษัทผลิตกระดาษในเมืองเสิ่นเจิ้นเมื่อทศวรรษ 1980 ซึ่งถือเป็นยุคบูมของบริษัทผู้ส่งออก สัญชาติจีน และกำลังหิวกระหายกล่องกระดาษสำหรับใส่สินค้าส่งออกไป ต่างประเทศอย่างมากขณะที่กระดาษที่ผลิตในจีนยังด้อยคุณภาพและมีบริษัทเพียงไม่กี่แห่งที่มองเห็นโอกาสทำเงินจากธุรกิจรีไซเคิลกระดาษ ซึ่งเธอเปรียบว่า ขยะจากกระดาษเหล่านี้เป็นทรัพยากรที่มีค่าเช่นเดียวกับป่าไม้ เพราะกระดาษรีไซเคิลสามารถนำกลับมาใช้ได้อีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าปัจจุบัน ไนน์ ดราก้อน เป็นบริษัท ผู้ผลิต paperboard รายใหญ่สุดของจีน โดยมีเครื่องจักร 13 ตัว ซึ่งมีความสามารถในการผลิตราว 4.5 ล้านตัน ต่อปี และมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 72% เป็นปีละ 7.75 ล้านตันในปี 2551 และเพิ่มเป็น 10.15 ล้านตัน ภายในปี 2552 โดยเตรียมลงทุนสร้างโรงงานแห่งที่ 4 ในหนิงเหอมูลค่า 2.3 พันล้านหยวน เพิ่มจาก 3 โรงงานที่มี อยู่ในฉงชิ่ง ตงกวน และไทคัง"รีซอร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ซิสเต็มส์" ประเมินว่า ความต้องการใช้กระดาษประเภทนี้ในจีนจะเพิ่มขึ้น เป็น 34 ล้านตัน ภายในปี 2553 หรือราว 24% ของความต้องการรวม ทั้งโลก นั่นทำให้ราคาขยะประเภทกระดาษ เพิ่มขึ้น เพราะกระดาษ paperboard ได้กลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญไปแล้ว โดยนับถึงเมื่อปลายปี 2550 ราคาเศษกระดาษเหล่านี้อยู่ที่ประมาณ 135 ดอลลาร์ต่อตัน เพิ่มจาก 100 ดอลลาร์ในช่วงปลายยุค 1990เคล็ดลับความสำเร็จของ "เฉิง หยาน" อยู่ที่ความสามารถในการมองไปข้างหน้า"การทำนายความต้องการของตลาดได้ไกลกว่าคู่แข่ง เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราสามารถเป็นผู้นำในตลาดนี้ได้"
หน้า 4
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น