วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2551

เตรียมต้อนรับอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง(มาก)

อินเตอร์เนตที่ใช้กันอยู่กำลังจะเชยแล้ว เพราะเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่สร้างมันขึ้นมา กำลังพัฒนาเครือข่ายความเร็วสูงกว่าเดิมที่ใช้ดาวน์โหลดภาพยนตร์ทั้งเรื่องในเวลาไม่กี่วินาที
ด้วยความเร็วถึง 10,000 เท่าของเครือข่ายบรอดแบนด์ทั่วไป "เดอะ กริด (the grid)" จะสามารถส่งอัลบั้มรวมฮิตของ เดอะ โรลลิ่ง สโตนส์ จากอังกฤษไปญี่ปุ่น ในเวลาไม่ถึง 2 วินาที
the grid เป็นผลงานล่าสุดจาก CERN (หน่วยวิจัยด้านฟิสิกส์อนุภาคที่สร้างระบบเวิร์ลด ไวด์ เว็บ (www - world wide web) พลังของมันสามารถก่อให้เกิดการส่งข้อมูลภาพโฮโลกราฟิก (ข้อมูลภาพแบบสามมิติเช่นในภาพยนตร์อย่าง สตาร์ เทรค หรือ สตาร์ วอร์ส) เกมออนไลน์ที่มีผู้เล่นพร้อมกันหลายแสนคน หรือโทรศัพท์พร้อมภาพที่มีความละเอียดสูงในราคาเท่ากับการโทรปกติจินตนาการภาพโฮโลกราฟิก - howstuffworks
เดวิด บริตตัน (David Britton) ศาสตราจารย์จากภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ (Glasgow University) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำโครงการ the grid เชื่อว่าเทคโนโลยีกริดจะสามารถ "ปฏิวัติ" สังคมได้ "มนุษย์รุ่นต่อ ๆ ไปจะสามารถทำงานร่วมกันและสื่อสารกันในแบบที่คนรุ่นเก่าอย่างผมจินตนาการไม่ถึงเลยทีเดียว" ศาสตราจารย์บริตตันกล่าว
พลังของ the grid จะเป็นที่ประจักษ์ในหน้าร้อนนี้ (ผู้แปลเข้าใจว่าเป็นช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม เนื่องจากแปลจากเว็บไซต์ของอังกฤษ) หลังจากวันที่เหล่านักวิทยาศาสตร์ที่ CERN เรียกว่า "วันกดปุ่มแดง - The Red Button Day" ซึ่งเป็นวันเปิดเครื่องเร่งอนุภาค LHC - Large Hadron Collider ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพิสูจน์จุดเริ่มต้นของจักรวาล ในวันนั้น the grid ก็จะเริ่มทำงานเพื่อเก็บข้อมูลจากเครื่อง LHC
ส่วนหนึ่งของเครื่อง LHC (สังเกตขนาดตัวคน) - STMicroelectronic
CERN ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้เริ่มโครงการการประมวลผลผ่านเครือข่ายแบบกริด (Grid Computing - ข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่) มา 7 ปีแล้ว เมื่อเหล่านักวิจัยตระหนักว่าข้อมูลที่จะได้จาก LHC จะมีปริมาณเท่ากับแผ่นซีดีถึง 56 ล้านแผ่น สามารถเอามาตั้งเป็นความสูงถึง 64 กิโลเมตร
นั่นหมายความว่าเมื่อ the grid ถูกเปิดใช้ ระบบเครือข่ายทั่วโลกจะล่ม เพราะว่าอินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน ถูกพัฒนาขึ้นมาจากการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยสายเคเบิ้ล ซึ่งเป็นระบบแบบเก่าของระบบโทรศัพท์ ทำให้ขาดความสามารถในการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงมาก
ในทางกลับกัน the grid ถูกสร้างขึ้นด้วยเครือข่ายใยแก้วนำแสง (Fibre Optic Cable) และระบบรู้ทติ้ง (Routing Centre) ที่ทันสมัย หมายความว่าไม่มีส่วนประกอบไหนที่จะหน่วงการรับส่งข้อมูล โดยขณะนี้มีการติดตั้งเครื่องแม่ข่าย (Server) เป็นจำนวนถึง 55,000 เครื่อง และจะเพิ่มเป็น 200,000 เครื่องในอีกสองปีข้างหน้า
ศาสตราจารย์โทนี่ ดอยล์ (Tony Doyle) ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของโครงการ the grid กล่าวว่า "เราต้องการพลังประมวลผลมหาศาล ถ้าตั้งเครื่องทั้งหมดไว้ที่ CERN จะมีปัญหาในเรื่องกระแสไฟฟ้า คำตอบอย่างเดียวของเราคือระบบเครือข่ายที่ทรงพลังพอที่จะส่งข้อมูลอย่างรวดเร็วไปยังศูนย์วิจัยในประเทศต่าง ๆ"
ศาสตราจารย์โทนี่ ดอยล์ - Computer World
ระบบเครือข่ายนั้นถูกสร้างขึ้นแล้ว โดยใช้สายใยแก้วนำแสงที่เชื่อมต่อ CERN กับ 11 ศูนย์วิจัยในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ตะวันออกไกล ยุโรป และทั่วโลก
ปลายสายหนึ่งอยู่ที่ห้องปฏิบัติการ รัทเธอร์ฟอร์ด แอปเปิ้ลตั้น (Rutherford Appleton) ที่ฮาร์เวล (Harwell) ในอ๊อกซฟอร์ดเชียร์ (Oxfordshire)
จากแต่ละศูนย์ การเชื่อมต่อจะแผ่ขยายไปยังศูนย์ย่อยต่าง ๆ ด้วยเครือข่ายทางการศึกษาความเร็วสูง นี่หมายความว่าเฉพาะในเกาะอังกฤษเพียงแห่งเดียว มีเครื่องแม่ข่ายถึง 8,000 เครื่องในระบบกริด ดังนั้นในทางทฤษฎีแล้ว นักศึกษาหรือบุคลากรต่าง ๆ จะสามารถเชื่อมต่อกับ the grid ได้ในภายในฤดูใบไม้ร่วงนี้
เอียน เบิร์ด (Ian Bird) หัวหน้าโครงการการประมวลผลความเร็วสูงจาก CERN กล่าวว่าเทคโนโลยีกริดสามารถทำให้อินเตอร์เน็ตมีความเร็วสูงมากจนผู้ใช้จะเลิกเก็บข้อมูลไว้ในเครื่องตนเอง แต่จะเก็บมันไว้ในอินเตอร์เน็ตแทน
"มันจะนำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า Cloud Computing ซึ่งผู้คนเก็บข้อมูลไว้ออนไลน์และเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้จากทุกหนแห่ง" เบิร์ดกล่าว
เนื่องจากคอมพิวเตอร์ทั้งหลายในเครือข่าย the grid สามารถส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง นักวิจัยที่ประสบกับปัญหาที่ต้องการพลังการประมวลผลสูงสามารถขอความช่วยเหลือจากคอมพิวเตอร์อื่น ๆ นับพันเครื่องทั่วโลก เป้าหมายคือขจัดปัญหาเครื่องค้าง (Frozen Screen) ที่ประสบโดยผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่ให้เครื่องของตนจัดการกับข้อมูลมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของโครงการ the grid นี้ คือการทำงานร่วมกับเครื่อง LHC เพื่อค้นหาอนุภาคที่ตรวจจับยากที่สุดในธรรมชาติ คืออนุภาค Higgs boson ซึ่งถูกตั้งทฤษฎีไว้ว่าเป็นอนุภาคที่ทำให้สสารมีมวล แต่ยังไม่เคยถูกตรวจจับได้มาก่อน
เครื่อง LHC ถูกออกแบบมาเพื่องานนี้ ซึ่งแม้แต่การทำงานที่ดีที่สุดของมัน ก็สามารถสร้างอนุภาคได้เป็นจำนวนเพียงไม่กี่พันอนุภาคต่อปี การวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลจะเป็นงานช้างที่ the grid ต้องทำเป็นเวลาหลายปี
แม้ว่าตัว the grid เองจะไม่เข้าถึงผู้ใช้อินเตอร์เน็ตตามบ้าน ธุรกิจการสื่อสารจำนวนมากได้เปิดตัวเทคโนโลยีรุ่นบุกเบิก หนึ่งในนั้นเรียกว่า Dynamic Switching ซึ่งจะสร้างช่องทางเฉพาะให้กับผู้ใช้อินตอร์เน็ตที่พยายามจะดาวน์โหลดข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น ภาพยนตร์ โดยในทางทฤษฎีแล้ว มันจะทำให้เครื่องทั่วไปสามารถดาวน์โหลดภาพยนตร์หนึ่งเรื่องในเวลา 5 วินาที แทนที่จะเป็น 3 ชั่วโมงอย่างในปัจจุบัน
นอกจากนี้ the grid ยังเปิดให้นักวิจัยได้ใช้ในสาขาอื่น ๆ เช่นดาราศาสตร์ หรือชีววิทยา
ปัจจุบัน the grid ถูกใช้ออกแบบยาต้านโรคมาเลเรีย ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนกว่า 1 ล้านคนต่อปี นักวิจัยใช้ the grid เพื่อวิเคราะห์สารประกอบ 140 ชนิด ซึ่งหากใช้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทั่วไป จะใช้เวลาถึง 420 ปี
"โครงการอย่าง the grid สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากแก่สังคมและวงการธุรกิจเช่นเดียวกับวงการวิทยาศาสตร์" ดอยล์กล่าว
"การประชุมผ่านวิดีโอโฮโลกราฟิกจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เกมออนไลน์จะพัฒนาจนเล่นพร้อมกันได้หลายพันคน และเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Networking) จะเป็นการสื่อสารหลักของเรา"
"ประวัติศาสตร์ของอินเตอร์เน็ตแสดงให้เห็นว่าเราไม่อาจทำนายผลกระทบจริง ๆ จากมันได้ แต่เรารู้ว่ามันจะกระทบอย่างมาก"ข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการอ่าน – ผู้แปล
ความเกี่ยวข้องระหว่าง Cloud Computing และการขอซื้อ Yahoo! ของ Microsoft
การประมวลผลแบบกริด(แปลจาก http://www.timesonline.co.uk/tol/news/uk/science/article3689881.ece)

ไม่มีความคิดเห็น: