วันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 10992
ความหมาย ความตาย.. มากมายกว่า 54 ศพโดย อดิศร เกิดมงคล และบุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์
9 เมษายน 2551 ได้เกิดเหตุการณ์ที่ชวนให้ตระหนก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการย้ายถิ่นที่ไม่ถูกกฎหมายของแรงงานข้ามชาติ เมื่อมีการพบศพแรงงานพม่าหลบหนีเข้าเมืองจำนวน 54 คน รวมถึงมีผู้บาดเจ็บอีก 21 คน จากจำนวนแรงงานข้ามชาติจากพม่าทั้งหมด 121 คน ในรถบรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 70-0619 ระนอง ของบริษัทรุ่งเรืองทรัพย์ที่ดัดแปลงเป็นรถตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็น กรณีนี้ไม่ใช่เหตุการณ์แรกและไม่ใช่เหตุการณ์สุดท้ายสำหรับการย้ายถิ่นข้ามชาติ หากย้อนหลังไปเพียง 2 ปี พบว่าเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อย่างน้อย 14 ครั้ง มีแรงงานข้ามชาติเสียชีวิต 106 คน บาดเจ็บ 149 คน สูญหาย 15 คน 19 มีนาคม 2551 จ.อุบลราชธานี : รถแหกโค้ง แรงงานลาวตาย 9 คน บาดเจ็บ 13 คน ทั้ง 22 คน ลักลอบเข้าไปทำงานที่ร้านอาหารและรับจ้างทั่วไปที่กรุงเทพมหานคร26 มกราคม 2551 จ.นครพนม : เรือล่มในแม่น้ำโขง แรงงานชาวเวียดนามตาย 3 คน สูญหาย 15 คน แรงงานกลุ่มนี้ลักลอบทำงานที่กรุงเทพมหานครและนครปฐม กำลังจะเดินทางกลับประเทศเวียดนามเพื่อไปร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนพร้อมกับเพื่อนแรงงานชาวเวียดนามที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอีก 23 คน 17 มกราคม 2551 จ.กาญจนบุรี : เรือล่มในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ พบศพแรงงานพม่าตาย 7 คน ตำรวจสันนิษฐานว่าแรงงงานกลุ่มนี้น่าจะใช้เส้นทางหลบหนีเข้าเมืองทางน้ำ 22 ธันวาคม 2550 จ.ระนอง : เรือล่มในทะเลอันดามัน พบศพแรงงานพม่าตาย 22 คน ซึ่งเป็นแรงงานที่เดินทางจากเกาะสอง ประเทศพม่ารวมทั้งหมด 50 คน 16 ธันวาคม 2550 จ.สระแก้ว : ได้เกิดอุบัติเหตุรถกระบะซึ่งนำพาแรงงานข้ามชาติชาวเขมรจำนวน 14 คน ลักลอบเข้าไปทำงานที่ จ.ชลบุรี มีแรงงานเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 13 คน25 พฤศจิกายน 2550 จ.เพชรบุรี : นายสมจิต สุทธานันทน์ ได้ขับรถกระบะพาแรงงานข้ามชาติจากพม่ามาจาก จ.ระนอง ประมาณ 20 คน เพื่อไปทำงานที่ จ.สมุทรสาคร เมื่อมาถึงบริเวณจุดสกัดบนถนนเพชรเกษม คนขับได้หลบหนีตำรวจไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน และเสียหลักตกลงไปในคลอง พบแรงงานเสียชีวิต 6 คน บาดเจ็บอีก 14 คน 29 ตุลาคม 2550 จ.ชลบุรี : แรงงานข้ามชาติที่หลบหนีเข้าเมืองหนีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยการกระโดดน้ำ ทำให้เสียชีวิต 1 คน17 มิถุนายน 2550 จ.ปราจีนบุรี : รถพาแรงงานเขมรถูกไล่ยิงพลิกคว่ำ ตาย 2 คน บาดเจ็บ 22 คน14 มิถุนายน 2550 จ.ตาก : นายผดุงเกียรติ ผันอักษร อายุ 29 ปี ขับรถยนต์ พาแรงงานข้ามชาติจากพม่าจำนวน 30 คน ไปทำงานที่กรุงเทพมหานคร โดยแรงงานต้องจ่ายเงินให้นายหน้าคนละ 13,000 บาท เมื่อขับมาถึงบริเวณด่านตรวจ คนขับกลัวความผิดจึงได้ขับรถหลบหนี จนเสียหลักพลิกคว่ำตกข้างทาง ทำให้มีแรงงานจำนวน 25 คน ได้รับบาดเจ็บ8 มิถุนายน 2550 จ.ตาก : นายวุฒินันท์ รักษ์นทีทอง ขับรถกระบะ นำแรงงานข้ามชาติจากพม่าจำนวน 14 คน เดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ แต่ประสบอุบัติเหตุชนกับรถพ่วงทำให้มีแรงงานเสียชีวิต 10 คน และบาดเจ็บสาหัสอีก 5 คน5 พฤษภาคม 2550 จ.กาญจนบุรี : เกิดอุบัติเหตุรถกระบะที่พาแรงงานข้ามชาติชาวมอญมาจากแนวตะเข็บชายแดนพลิกคว่ำ มีแรงงานเสียชีวิต 4 คน 23 มีนาคม 2550 จ.กาญจนบุรี : รถบรรทุก 6 ล้อ ที่บรรทุกแรงงานข้ามชาติจากพม่ามาจากด่านตรวจคนเข้าเมืองกาญจนบุรี จำนวน 29 คน เกิดเบรกแตกจนพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 11 คน23 ตุลาคม 2549 จ.สิงห์บุรี : เกิดเหตุการณ์รถกระบะที่นำแรงงานพม่าที่เข้าเมืองโดยไม่ถูกกฎหมายจากอำเภอแม่สอด ไปทำงานที่กรุงเทพมหานคร โดยเสียค่าใช้จ่ายให้นายหน้าคนละ 5,000 บาท ประสบอุบัติเหตุชนท้ายรถบรรทุก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน และบาดเจ็บกว่า 30 คน 2 พฤษภาคม 2549 จ.สระแก้ว : ตำรวจกองปราบฯเข้าตรวจสอบขบวนการลักลอบนำแรงงานข้ามชาติ พบรถปิคอัพที่มีลักษณะผิดปกติ แต่คนขับรถคันดังกล่าวได้ขับหลบหนี แต่รถเสียหลักพลิกคว่ำทำให้แรงงานชาวเขมรจำนวน 16 คน ได้รับบาดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูเหมือนวนเวียนอยู่กับขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ และการหากินกับแรงงานต่างด้าว แต่มีใครรู้บ้าง บางเรื่องราวได้ขาดหายไป และเป็นต้นเหตุสำคัญที่ผลักดันให้แรงงานพม่าต้องออกนอกประเทศ10 พฤษภาคม 2551 หรืออีก 1 เดือนข้างหน้า ประเทศพม่าจะมีการลงประชามติรับรองร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐบาลทหารพม่าเริ่มดำเนินการปราบปรามผู้ที่ไม่เห็นด้วย พร้อมๆ ไปกับการสร้างบรรยากาศแห่งความกลัวให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ 26 มิถุนายน 2531 สหภาพนักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง สหภาพนักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยมัณฑะเลย์ เขียนจดหมายถึงประชาชนให้ลุกขึ้นทวงถามความเป็นธรรมจากนายพลเนวิน เพราะสภาพเศรษฐกิจสังคมและการเมืองได้มาถึงจุดตกต่ำที่สุด จากวันที่เลือดนองแผ่นดินในปี 2531 ตามมาด้วยการยึดอำนาจของ SLORC ไฟสงคราม ความหิวโหยและความยากแค้นได้รุมเร้าพม่ามากยิ่งขึ้น การบังคับโยกย้ายถิ่นฐาน การใช้แรงงานทาส การเข่นฆ่าประหัตประหารอย่างเหี้ยมโหด การข่มขืน การจัดเก็บภาษีที่ไม่เป็นธรรม การบังคับให้เป็นทหารเด็ก การจับกุมคุมขัง เหยื่อจากกับระเบิดก็ยังดำเนินไปอย่างโหดร้าย ประชาชนรากหญ้าของพม่าได้พร้อมใจกันเคลื่อนขบวนอพยพจากบ้านตนเองสู่ชายป่า หวังเพียงว่าจะปลอดภัยจากน้ำมือทหารพม่า แต่นั่นเองใครบ้างจะรู้ว่าชีวิตชายป่าในนามของผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (Internal Displace Persons: IDPs) จะทุกข์ทรมานเช่นนั้น เฉพาะปี 2550 ตลอดแนวชายแดนประเทศพม่ากับประเทศไทยมี IDPs หลบซ่อนอยู่อย่างน้อย 503,000 คน IDPs เหล่านี้จะต้องเคลื่อนย้ายหลบหนีการคุกคามของทหารพม่าทุกๆ หกเดือน บางครอบครัวปีหนึ่งต้องเคลื่อนย้าย 2-3 ครั้ง เนื่องจากเกิดการสู้รบในพื้นที่บริเวณที่หลบซ่อน ขณะที่ชาวกะเหรี่ยงและชาวคะเรนนี ที่รัฐบาลไทยอนุญาตให้อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย 9 แห่ง ตามแนวชาย มีอยู่ 141,736 คน แต่ชีวิตในค่ายต้องเผชิญกับความกดดันอย่างมาก เพราะไม่สามารถประกอบอาชีพได้ จำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากภายนอกสภาพความเป็นอยู่อันแร้นแค้นในค่าย และความสิ้นหวังเมื่อต้องใช้ชีวิตอย่างผู้ลี้ภัยอยู่เป็นเวลานาน ทำให้พวกเขาพยายามเล็ดลอดออกมาเป็นแรงงานข้ามชาติในที่สุดขณะที่รัฐบาลไทยมีนโยบายปากว่าตาขยิบ คือ 1.ผลักดันให้ผู้ลี้ภัยอยู่ในค่ายที่แออัด พร้อมๆ ไปกับการชักชวนให้พวกเขาเดินทางไปประเทศที่ 3 แต่จะมีสักกี่คนที่มีโอกาส นอกจากนี้เรายังมีนโยบายที่จะปิดค่ายผู้ลี้ภัยในอีก 3 ปีข้างหน้า 2.ผลักดันให้ผู้ลี้ภัยชาวมอญกลับไปตั้งค่ายอพยพในเขตมอญ ทั้งๆ ที่รัฐมอญในปัจจุบันนี้เต็มไปด้วยการละเมิดสิทธิหลายรูปแบบ 3.ไม่เคยสนใจอย่างจริงจังและยอมรับว่า ยังมีผู้ลี้ภัยกลุ่มอื่นๆ จากประเทศพม่าอาศัยอยู่นอกค่ายผู้ลี้ภัย กลายเป็นกลุ่มที่ "มองไม่เห็น" (Hidden Refugee) 4.ยังคงจับกุมแรงงานข้ามชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่เคยหยุดคลื่นอพยพได้แม้แต่น้อย แม้จะทำทุกวิธีการ เพราะจริงๆ แล้วเราต่างหากที่ไม่เคยสนใจเหตุการณ์อีกฟากฝั่งหนึ่งอย่างจริงจังสถานการณ์ข้างต้นดังที่กล่าวมาทั้งหมด ล้วนกดดันให้ประชาชนรากหญ้าจากพม่าต้องกลายมาเป็นแรงงานข้ามชาติ (Migrant workers) ในประเทศไทยแทบทั้งสิ้น และต้องเผชิญชะตากรรมที่บางครั้งก็โชคดี แต่หลายครั้งก็โชคร้ายเหมือนดั่ง 54 ศพ ในตู้คอนเทนเนอร์หน้า 10
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น