แถลงการณ์เนื่องในวันกรรมกรสากล ปี ๒๕๕๒ โดย : สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)(1/05/2009 11:02 AM) การต่อสู้เพื่อปลดปล่อยตนเองให้พ้นจากการเป็นแรงงานทาสได้เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ในปลายศตวรรษที่ ๑๘ การเคลื่อนไหวเพื่อต่อสู้ให้ลดชั่วโมงการทำงานลงได้เริ่มขยายวงกว้างลุกลามไปในหลายประเทศทั้งยุโรป อเมริกา ละตินอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย และมีการนัดหยุดงานในอเมริกาหลายพันครั้งในช่วงปี ค.ศ.๑๘๘๔ ถึง ๑๘๘๖ และในวันที่ ๑ พฤษภาคม ค.ศ.๑๘๘๖ ได้จัดให้มีการชุมนุมเดินขบวนเพื่อเรียกร้องให้ลดชั่วโมงการทำงานลงให้เหลือวันละ ๘ ชั่วโมง ซึ่งมีคนงานเข้าร่วมชุมนุมเดินขบวนนับแสนคน ขบวนการแรงงานในแคนาดา อเมริกา และประเทศต่างๆ ในยุโรป ได้พร้อมใจกันชุมนุมเดินขบวนเรียกร้องเพื่อให้มีการลดชั่วโมงทำงานลงอีกครั้งในวันที่ ๑ พฤษภาคม ค.ศ.๑๘๙๐ ขณะนั้นการนัดหยุดงานของคนงานในแทบทุกกิจการอุตสาหกรรมได้ขยายกว้างไปทั่วโลก และจากการต่อสู้อย่างมีจิตสำนึกทางชนชั้น เพื่อปลดปล่อยตนเองจาการถูกกดขี่ขูดรีดจากพวกนายทุนทั่วโลกนี้เอง ที่มีผลให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ ทั่วโลกยอมรับและออกกฎหมายประกาศใช้ระบบสามแปด คือ ทำงานวันละ ๘ ชั่วโมง พักผ่อนวันละ ๘ ชั่วโมง และศึกษาหาความรู้วันละ ๘ ชั่วโมง ชนชั้นกรรมาชีพทั่วโลกจึงได้ร่วมกันกำหนดให้วันที่ ๑ พฤษภาคม ๑๘๙๐ เป็น ?วันกรรมกรสากล? ครั้งแรก จนถึงปัจจุบัน ให้ถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันสำคัญของชนชั้นกรรมชีพทั่วโลก และนี่คือที่มาของคำกล่าวที่ว่า "ชนชั้นกรรมชีพทั้งผอง คือพี่น้องกัน" เช่นเดียวกับประเทศไทย ซึ่งในปีที่ผ่านมาองค์กรแรงงานต่างๆ ได้มีการจัดกิจกรรมขึ้นเป็นประจำในวันที่ ๑ พฤษภาคม ของทุกปี และมีการยื่นข้อเรียกร้องวันกรรมกรสากลเป็นประจำทุกปีอันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมา ซึ่งมีรูปแบบการจัดงานและรูปแบบของกิจกรรมที่หลากหลายกันออกไป โดยวันกรรมกรสากล ปี ๒๕๕๒ นี้ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ได้เสนอข้อเรียกร้องวันกรรมกรสากล ประจำปี ๒๕๕๒ ต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาข้อเรียกร้องดังกล่าวของผู้ใช้แรงงานและนำไปสู่แนวทางในการปฏิบัติเพื่อตอบสนอง โดยข้อเรียกร้องหลักประกอบด้วย ๑. การแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อคนงาน ๑.๑. ให้กระทรวงแรงงานตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสถานประกอบการที่มีปัญหา ๑.๒. กระทรวงแรงงานต้องตั้งกองทุนให้ความช่วยเหลือจ่ายเงินชดเชยแก่คนงานที่ไม่ได้รับค่าชดเชย ๒. ให้รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ ฉบับเดียว (ฉบับขบวนการแรงงาน) ๓. ให้รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (ฉบับบูรณาการร่วมของผู้ใช้แรงงาน) ๔. รัฐบาลต้องยกเลิกนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยให้รัฐบาลมีนโยบายในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจให้มีศักยภาพพร้อมในการให้บริการแก่ประชาชน กระทรวงการคลังต้องจัดตั้งกองทุนพัฒนารัฐวิสาหกิจ และส่งเสริมให้มีผู้แทนของสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ในคณะกรรมการกำกับนโยบายในรัฐวิสาหกิจ (ระดับชาติ) และให้มีผู้แทนของสหภาพแรงงานในคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง ๕. รัฐต้องรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๘๗ และ ๙๘ ๖. ประกันสังคม ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงานสำนักงานประกันสังคม มีความโปร่งใส มีส่วนร่วมของผู้ประกันตน และขยายการคุ้มครองไปสู่แรงงานนอกระบบ ๗. ให้รัฐตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงให้แก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่จะได้รับผลกระทบจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของแต่ละกองทุน นอกจากนี้ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ขอติดตามข้อเรียกร้องที่ได้ยื่นเสนอติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง ที่ถือว่าเป็นประเด็นสืบเนื่องในการคุ้มครองสิทธิแรงงานอันประกอบด้วย
๑. กรณีค่าจ้างที่เป็นธรรม ๒. ประเด็นการคุ้มครองสิทธิแรงงาน ๓. การคุ้มครองแรงงานนอกระบบ ๔. การคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ ๕. ประเด็นสุขภาพของแรงงานข้ามชาติ ๕.๑. ประเด็นสุขภาพโดยรวม ๕.๒. ประเด็นเอชไอวี/เอดส์ ๖. การคุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ "ผู้ติดเชื้อต้องมีสิทธิทำงานได้" สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เสนอข้อเรียกร้องวันกรรมกรสากล พ.ศ.๒๕๕๒ ในประเด็นข้อเรียกร้องหลัก ๗ ประเด็น และประเด็นสืบเนื่องอีก ๖ ประเด็น ต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อได้พิจารณาให้ความเห็นชอบตามข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยหวังว่าจะได้รับความเห็นชอบและดำเนินการจากนายกรัฐมนตรีในทุกกรณีที่นำเสนอ แถลงเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ๐-๒๕๓๗-๘๙๗๓ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ๐-๒๖๕๔-๗๖๘๘ |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น