วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

โลมาอิรวดีวิกฤติสูญพันธุ์ เจอภัยมนุษย์ลดลงกว่าครึ่ง

โลมาอิรวดีวิกฤติสูญพันธุ์ เจอภัยมนุษย์ลดลงกว่าครึ่ง



โลมาอิรวดีในทะเลสาปสงขลาเสี่ยงสูญพันธ์ เผยปี'51 ตายไปกว่าครึ่ง ขณะที่ระหว่างเดือน ต.ค.51-ม.ค.52 ที่ผ่านมาพบตายไปแล้ว 4 ตัว แฉสาเหตุชาวบ้านใช้อวนจับปลาบึกไม่ระวัง ทช.สั่งระวังเข้ม พร้อมวอนชาวประมงพื้นบ้านช่วยดูแล

นายสำราญ รักชาติ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน ถึงการดำเนินการป้องกันและเฝ้าระวังโลมาอิรวดีในบริเวณทะเลสาปสงขลาว่า ปี 2551 ที่ผ่านมา ปลาโลมาอิรวดีในทะเลสาปสงขลาลดจำนวนลงอย่างมาก โดยพบว่า มีการตายลงกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนโลมาอิรวดีที่มีเหลืออยู่ทั้งหมดราว 30 ตัว ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการใช้อวนปลาบึกของชาวประมงในพื้นที่มากขึ้น จึงเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อฝูงโลมาอิรวดีที่อยู่ในทะเลสาปสงขลาจะต้องพบกับภาวะวิกฤติในอนาคตอันใกล้นี้ จึงสั่งการให้มีการเฝ้าระวังและติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายสุพจน์ จันทราภรณ์ศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง เผยว่า จากการเฝ้าติดตามโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาระหว่างเดือนตุลาคม 2551-มกราคม 2552 ที่ผ่านมา ยังพบการตายของโลมาอิรวดีในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยพบว่า มีโลมาอิรวดีตายไปแล้วถึง 4 ตัว ซึ่งเมื่อเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ยังถือว่าน้อยมาก แต่หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ต่อไป อาจจะส่งผลให้โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาสูญพันธุ์อย่างแน่นอน

สำหรับแนวทางการจัดการนั้น ในเบื้องต้นทางศูนย์ฯได้นำทุ่นกันพื้นที่ราว 100 ตารางกิโลเมตร ในทะเลสาบสงขลา จ.พัทลุง ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของโลมาอิรวดี เพื่อให้ชาวประมงระมัดระวังการทำประมงในบริเวณดังกล่าวมากขึ้น และป้องกันอวนปลาบึกของชาวประมง พร้อมประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อนุรักษ์โลมาอิรวดี ในขณะเดียวกันยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกตรวจตราพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเฝ้าระวังการใช้เครื่องมือประมงผิดประเภทด้วย

"สถานการณ์โลมาอิรวดีในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ เพราะจำนวนโลมาอิรวดีที่ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากฝีมือมนุษย์ หากชาวประมงช่วยกันดูแลโลมาอิรวดีให้สามารถอยู่อย่างปลอดภัย เชื่อว่า นอกจากจะเป็นการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแล้ว ยังส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวในอนาคตอีกด้วย" นายสุพจน์กล่าว

วันที่ 15/2/2009
http://www.naewna.com/news.asp?ID=148290

ไม่มีความคิดเห็น: