วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

มาร์คหย่าศึกรมต.แจก 2 พัน 15 ก.พ.นี้ รมช.คลังชี้คนบ่นช้า-หวั่นฟื้นเศรษฐกิจไม่ทัน

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6653 ข่าวสดรายวัน


มาร์คหย่าศึกรมต.แจก 2 พัน 15 ก.พ.นี้ รมช.คลังชี้คนบ่นช้า-หวั่นฟื้นเศรษฐกิจไม่ทัน



นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันที่จ.นครราชสีมาเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมาว่าจะมีการจ่ายเงิน 2,000 บาท ให้ประชาชนที่มีเงินเดือนต่ำกว่าเดือนละ 15,000 บาท เป็นเช็คแน่นอน โดยคาดว่าจะส่งเช็คไปถึงประชาชนได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 52 นี้เป็นต้นไป

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง เปิดเผยระหว่างเดินทางมาเปิดถนนสายปลวกสูง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ว่ากรณีรัฐบาลแจกเงิน 2,000 บาทให้กับประชาชนนั้น เป็นเรื่องดี แต่จะทำอย่างไรให้เงินดังกล่าวถึงมือประชาชนที่ได้รับประโยชน์ให้เร็วสุด และไม่ให้เกิดการรั่วไหลไปในทางทุจริตส่วนผู้ประชาชนที่ได้รับประโยชน์ตรงนี้จำเงินดังกล่าวไปใช้อะไรก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเค้า รัฐบาลคงไปบังคับอะไรเขาไม่ได้

ทั้งนี้มั่นใจว่าการที่รัฐบาลใช้เงิน 10,000 กว่าล้าน เพื่อกระจายงบประมาณนี้ไปสู่ผู้ที่จะได้รับประโยชน์ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เร็วที่สุด ส่วนตัวมองว่าจะดำเนินการอย่างไรให้เงินเหล่านี้กระจายไปสู่ประชาชนเร็วที่สุด และมีการสูญเสียน้อยที่สุดคงไม่ต้องใช้แบบสอบถามอะไร ซึ่งจะทำให้ล่าช้าเพราะงบประมาณนั้นผ่านสภาแล้วสำคัญที่สุดจะต้องรีบกระจายเงิน

นายประดิษฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่จะโอนเป็นเช็คหรือโอนผ่านบัตรประชาชนไปรูดเอาเงินสดที่แบงก์กรุงไทยนั้นเรื่องนี้เป็นรายละเอียดจะต้องมาคุยกันและผู้คุมนโยบายจะต้องรีบดำเนินการให้เร็วที่สุดซึ่งขณะนี้แประชาชนรออยู่และบ่นกันว่าเมื่อไหร่ เงิน 2,000 บาทจะมา เพราะฉะนั้นจะต้องทำให้เร็วและผู้รับผิดชอบก็ต้องไปปฏิบัติกระทรวงการคลังเป็นผู้จัดหาเงินให้ในส่วนที่จะไปปฏิบัติว่าจะให้ประชาชนในทางในก็ต้องไปตกลงกัน ยิ่งช้าประชาชนยิ่งรอเศรษฐกิจก็จะแก้ปัญหาช้าไปอีก

ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีการจัดสรรเงินช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย จำนวน 2,000 บาท ที่ตอนนี้ มีความสับสนเนื่องจาก รองนายกฯ รมว.คลัง และรมว.แรงงาน ยังกล่าวไม่ตรงกัน พรรคยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ โดยรัฐบาลพยายามหารือถึงแนวทางที่ดีที่สุดที่ประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือโดยตรง โดยผู้ที่จะพิจารณาเรื่องนี้ที่สุดแล้วคือนายกรัฐมนตรี และนายกฯ คงให้ความชัดเจนในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ส่วนความแตกต่างในเรื่องของวิธีการจัดสรรเงินเป็นข้อแตกต่างที่อยู่บนความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย ทั้งนี้ บรรดาโครงการช่วยเหลือคนยากจน ทั้งโครงการ 2 พันบาท โครงการเรียนฟรี เบี้ยผู้สูงอายุ และโครงการรับจำนำผลิตผลทางการเกษตร 1.4 แสนล้านบาท ก็ใกล้จะเสร็จแล้ว โดยรัฐบาลจะพิจารณาให้ได้แนวทางที่เหมาะสมที่สุดโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน

รายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้กำลังมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับวิธีและขั้นตอนการจ่ายเงิน 2,000 บาท ให้แก่ผู้ประกันตนโดยนายไพรฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงานและสวัสดิการสังคม และนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังมีความเห็นคล้ายๆ กันว่าควรจ่ายเป็นเงินสดผ่านธนาคารของรัฐ โดยนายกรณ์เสนอว่าควรจ่ายผ่านธนาคารกรุงไทยโดยให้ผู้มีสิทธิ์สามารถนำบัตรประจำตัวประชาชนไปเบิกเงินที่ธนาคาร ขณะที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีมีความเห็นว่าควรมีการจ่ายเงิน 2,000 บาท ผ่านเช็คเงินสดของธนาคาร โดยประชาชนที่ได้สิทธิ์สามารถนำเช็คไปดำเนินการใน 3 รูปแบบ คือ
1.สามารถนำเข้าบัญชีตนเอง
2.เบิกเป็นเงินสดออกมาใช้ และ
3.ใช้ซื้อสินค้าในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกับรัฐบาล

หน้า 8 http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TURObFkyOHdNVEUxTURJMU1nPT0=§ionid=TURNd05RPT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB4TlE9PQ==

ไม่มีความคิดเห็น: