แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประชาไท พ.ร.บ.ความรับผิดต่อสินค้าไม่ปลอดภัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประชาไท พ.ร.บ.ความรับผิดต่อสินค้าไม่ปลอดภัย แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

จับตา ขบวนการล้ม พ.ร.บ.ความรับผิดชอบต่อสินค้าไม่ปลอดภัย

จับตา ขบวนการล้ม พ.ร.บ.ความรับผิดชอบต่อสินค้าไม่ปลอดภัย



ขณะนี้แพทย์กลุ่มหนึ่งในแพทยสภา กำลังใช้ข้ออ้างว่า จะมีการฟ้องร้องมากจาก พ.ร.บ.ความรับผิดต่อสินค้าไม่ปลอดภัย หรือ กฎหมายพีแอล และกำลังกล่อม นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เสนอยกเว้นยาและเครื่องมือแพทย์ ให้อยู่นอกเหนือบังคับของ พ.ร.บ.ความรับผิดต่อสินค้าไม่ปลอดภัย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้

แท้จริงแล้ว กฎหมายนี้จะเป็นประโยชน์ในเชิงป้องกันที่ทุกฝ่ายยกระดับมาตรฐาน การผลิตสินค้า การออกแบบ และการให้ข้อมูลผู้บริโภคอย่างระมัดระวังก่อนขายสินค้า โดยไม่รวมบริการเมื่อเกิดความเสียหายขึ้น ข้อดีของผู้บริโภคคือ ไม่ต้องรับภาระพิสูจน์ เรื่อง การผลิตสินค้า การออกแบบ และการให้ข้อมูล แต่ให้เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการเพื่อช่วยผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายและจะทำให้การชดเชยเป็นจริง โดยไม่นำไปสู่การฟ้องร้องที่รุนแรงโดยเฉพาะทางอาญาต่อไป

เหตุผลที่ต้องออกกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากการผลิตปัจจุบันขยายตัวและมีเทคโนโลยีที่สูงขึ้น เมื่อเกิดความเสียหายจึงเป็นภาระของผู้บริโภคที่ต้องพิสูจน์ด้วยตนเอง ซึ่งยุ่งยากมาก ก่อให้เกิดปัญหาทางคดีที่เป็นภาระต่อผู้บริโภคจึงมีข้อเสนอจากฝ่ายยุติธรรมที่ให้ภาระพิสูจน์ตกอยู่แก่ผู้ประกอบการ แทนที่จะเป็นภาระต่อผู้บริโภค



นอกจากนี้จากการที่มี พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค ก็จะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ดีกว่าเดิม แต่กลุ่มแพทย์โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชน ได้พยายามล็อบบี้ให้กระทรวงสาธารณสุขระดมหารายชื่อจากโรงพยาบาลของรัฐ เพื่อเรียกร้องให้มีการคัดค้านการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะกับยาและเครื่องมือแพทย์

ขณะนี้ เครือข่ายผู้บริโภคและเครือข่ายผู้ป่วยได้หารือกันที่จะนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคไม่เห็นด้วยต่อการยกเว้นเรื่องยาและเครื่องมือแพทย์ โดยเห็นว่าการคุ้มครองต้องไม่ยกเว้นยาและเครื่องมือแพทย์ เพราะผู้ประกอบวิชาชีพต้องมีความรับผิดชอบหากเกิดความเสียหาย
ไม่เช่นนั้นผู้บริโภคก็ต้องมีภาระในการพิสูจน์ กฎหมายนี้มีข้อดีที่ผู้ประกอบการต้องแสดงตนเองว่า ได้ทำหน้าที่ถูกต้องแล้วในการผลิตสินค้า การออกแบบ และการให้ข้อมูล ถ้าไม่มีกฎหมายนี้ ผู้บริโภคก็จะมีภาระอย่างมากเมื่อได้รับความเสียหาย และจะเกิดความขัดแย้งรุนแรง นำไปสู่การฟ้องร้องต่อไป และจะไม่เกิดการปรับตัวของผู้ประกอบการที่ไม่ดี

สำหรับความเป็นมาของ พ.ร.บ.ความรับผิดต่อสินค้าไม่ปลอดภัยนั้น ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้จะเป็นวันที่ พ.ร.บ.ความรับผิดต่อสินค้าไม่ปลอดภัย มีผลบังคับใช้ หลังจากให้เวลาปรับตัวภายหลังออกกฎหมายเป็นระยะเวลา 1 ปี

กฎหมายนี้ล้มลุกคลุกคลานมาเป็นเวลานาน เช่น เกือบผ่านวุฒิสภาในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ถูกยุบสภาเสียก่อนเมื่อเดือนมีนาคม 2549 ต่อมามีการพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเจ้าของเรื่อง ในที่สุดกฎหมายผ่านสภา แต่ต้องให้เวลาปรับตัว 1 ปี แต่เมื่อกำลังจะมีผลบังคับใช้ก็ถูกกลุ่มวิชาชีพแพทย์ กลุ่มหนึ่ง ตัดค้าน โดยอ้างว่าจะมีการฟ้องร้องมากขึ้น ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะการฟ้องร้องไม่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายๆ แต่ผู้บริโภคต้องพิสูจน์ว่า ตนเองได้รับความเสียหาย ไม่ใช่ฟ้องอะไรก็ได้








http://www.prachatai.com/05web/th/home/15598

--------------------------------------------------------------------------------
โดย : ประชาไท วันที่ : 17/2/2552