| รายงานโดย :เรื่อง/ภาพ ไผ่แก้ว อินสว่าง paikaeo@gmail.com: | วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 |
2.ไม้หนีบ
3.ปืนกาว
วิธีการทำ
check out the rest of the Windows Live™. More than mail–Windows Live™ goes way beyond your inbox. More than messages
เป็นเว็บไซต์สำหรับผู้สูงอายุที่รัก และดูแลสุขภาพกายและใจ อาสาสมัครขมรมธรรมานามัย ร่วมกิจกรรมทางพุทธศาสนา และพัฒนาตนเองให้มีคุณค่าเพื่อข่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวและสังคม
| รายงานโดย :เรื่อง/ภาพ ไผ่แก้ว อินสว่าง paikaeo@gmail.com: | วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 |
2.ไม้หนีบ
3.ปืนกาว
วิธีการทำ
| รายงานโดย :สีวลี ตรีวิศวเวทย์: | วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 |
"ครีมชีส" รับประทานง่ายเกือบจะที่สุดเเล้วในบรรดาเพื่อนผองน้องพี่ตระกูลชีสด้วยกัน ค่าที่จัดเป็น Fresh Cheese หรือชีสสดที่ไม่ได้ผ่านการหมักบ่มให้เกิดกลิ่นเเรงๆ หากคุณลองซื้อครีมชีสมาสัก 1 ชิ้น เเล้วลองตัดชิมดู จะพบว่ารสของชีส จะมันๆ หอมๆ หวานธรรมชาติเเบบนมสดในลำคอ ตามด้วยรสเปรี้ยวๆ น้อยๆ ซึ่งคลับคล้ายคลับคลา กับผลิตภัณฑ์นมประเภทนมเปรี้ยว โยเกิร์ตหรือซาวครีม
รสเปรี้ยวๆ นี้ที่หลายคนอาจจะ "เหวอ" เมื่อรับประทานชีสเข้าไป อาจจะกลัวว่าเป็นอาการหนึ่งของการเสื่อมสภาพของพวกนม เเต่อันที่จริงเเล้วรสเปรี้ยวๆ ในชีสนั้นเกิดขึ้นจากกระบวนการตามธรรมชาติในการผลิตชีส
การทำชีสทุกชนิดจะต้องมีการเติมเอนไซม์หรือกรดในธรรมชาติลงไป เพื่อให้เกิดการตกตะกอนของโปรตีนในนม จะเติมอะไรลงไปนั้น ก็เเตกต่างกันตามกรรมวิธีผลิตชีสเเต่ละชนิด อย่างในครีมชีสนั้น จะใช้กรดเเล็กติกที่ผลิตจากเเบคทีเรียที่เรียกว่า Lactic Acid Bacteria ที่เหมือนกันกับการผลิตนมเปรี้ยวเเละโยเกิร์ตนั่นเอง
เมื่อเติมแล็กติกเเอซิดเเบคทีเรียลงในนม เจ้าเเบคทีเรียจะรับประทานน้ำตาลเเล็กโทสในนม เเล้วปล่อยกรดแล็กติกออกมา ความเป็นกรดจะทำให้โปรตีน ไขมัน เเละน้ำบางส่วน จับตัวกันหลวมๆ เป็นก้อนๆ จากนั้นต้องอาศัยความชำนาญในกระบวนการผลิต จัดการเพิ่มอุณหภูมิน้ำนมเเละก้อนๆ ที่เราจะเรียกว่า Curd ให้สูงขึ้นเพื่อกำจัดเเบคทีเรีย เพราะถ้าปล่อยให้เเบคทีเรียโตไปเรื่อยๆ รสก็จะเปรี้ยวขึ้นๆ "Curd" จะกลายร่างกลับมาเป็นของเหลวอีกครั้ง ทำให้การผลิตชีสไม่เป็นผล
ระดับความร้อนเเละเวลาที่ให้นั้นก็ต้องเหมาะสม เป็นเคล็ดลับการผลิตของเเต่ละเจ้า ทำให้ได้ลักษณะเเละรสชาติ พูดง่ายๆ ก็คือ คุณภาพของครีมชีสที่เเตกต่างกัน
เเล้วทำไมครีมชีสถึงได้ชื่อว่าเป็นชีสที่มีเปอร์เซ็นต์ไขมันสูงที่สุดได้นั้น เกิดจากความสามารถของโปรตีนเเละไขมันในสภาพที่อยู่ในกรดเเล็กติกน้อยๆ ทำให้ทั้งหมดสามารถเกาะรวมตัวกัน นี่เองที่ทำให้นมที่มีไขมันเพียง 3-4% กลายเป็นครีมชีสก้อนที่มีไขมันสูงถึง 33% ได้
หลังจากที่เสร็จกระบวนการผลิต ครีมชีสจะเข้าสู่กระบวนการบรรจุ ไม่ต้องนำไปผ่านกระบวนการเก็บภายใต้สภาวะบังคับ นี่เอง ครีมชีสจึงไม่มีกลิ่นรุนเเรงมากไปกว่าโยเกิร์ตหรือครีมเปรี้ยว
ครีมชีสคุณภาพดีๆ นั้น ต้องมีลักษณะที่เรียกได้ว่าเป็นครีมที่อุณหภูมิห้องที่ไม่เย็น คือ ดูเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อใช้มีดหรือช้อนปาดดู จะเนียนเรียบไปกับวัตถุนั้น หากครีมชีสดูเป็นก้อนๆ เเล้วเเห้งๆ เเตกๆ ดูขรุขระ เมื่อปาดไป หรือเเตกเป็นเสี่ยงๆ นั่นอาจมาจากการที่ครีมชีสนั้นผลิตไม่ได้คุณภาพ หรืออาจเป็นได้ว่าครีมชีสนั้นเก็บในสภาพที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดการเเยกตัวของน้ำ เเกะมาจะดูเเฉะๆ ในห่อ เนื้อครีมชีสก็จะดูเเห้งเเตก
ครีมชีสยี่ห้อดังๆ มักจะเติมพวก "Gum" ที่มาจากพืชธรรมชาติ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น Stabilizer หรือช่วยทำให้ครีมชีสเนียน ยืดอายุการเก็บ ไม่ให้น้ำเเยกตัวออกมา เเละเมื่อผ่านการตี การครีม ด้วยเครื่อง ครีมชีสก็จะยังดูเนียนอยู่เสมอ นี่ก็เป็นอีกตัวเเปรในการเลือกยี่ห้อครีมชีสที่จะใช้
การเก็บครีมชีสนั้น จึงควรอยู่ในตู้เย็นตลอดเวลา เพราะครีมชีสมีอายุการเก็บที่สั้น ที่สำคัญครีมชีสไม่ควรสัมผัสกับอากาศโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้ชีสเเห้ง มันจะเกิดไตเเข็ง เป็นเม็ดๆ เวลารับประทานจะไม่อร่อย เพราะสากลิ้น
http://www.posttoday.com/lifestyle.php?id=47691
| รายงานโดย :ลีโอ leoken@hotmail.com: | วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 |
"ผมว่าเหตุผลที่เบียร์เบลเยียมได้ขึ้นชื่อว่ามีรสชาติดีที่สุดในโลกนั่นอาจเป็นเพราะชาวเบลเยียมมีความเชี่ยวชาญในการปรุงเบียร์มานานมาก จนแทรกซึมอยู่ในวัฒนธรรมและความเป็นตัวตนของคนเบลเยียมทุกคน ในทุกเมืองๆ ก็จะมีเบียร์ที่ขึ้นชื่อของตัวเอง อีกอย่างบ้านเขาไม่มีกฎหมายในเรื่องของส่วนผสม ในขณะที่เยอรมนี และฮอลแลนด์จะมีกฎหมายกำหนดและควบคุม จึงทำให้เบียร์เบลเยียมมีความหลากหลาย เพื่อให้คนทั่วโลกได้ดื่มด่ำได้ตามใจต้องการ"
เบียร์แก้วใหญ่แก้วแรกเริ่มปรากฏกายฉายแสงอำพันอ่อนๆ ระยิบระยับแพรวพราวด้วยฟองละมุน ทันทีที่ผ่านสู่ลำคอฟองนุ่มๆ และรสชาติอันหอมหวานยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้น นี่ล่ะที่เขาเรียกว่าช่วงเวลาแห่งความสุข คริสยิ้มรับ "อร่อยมั้ยครับ" ผมยิ้มกระหยิ่ม "ยอดเยี่ยมมากเชียวครับ" คริสบอกต่อว่านี่เป็นเบียร์ Hoegaarden ที่ขึ้นชื่อที่สุดของเบลเยียม ที่นักดื่มทั่วโลกรู้จัก เบียร์ตัวนี้เป็นเบียร์ที่มีชื่อที่สุดทางตะวันออกของบรัสเซลส์ ทำจากน้ำแร่บริสุทธิ์ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต และเจือความหอมอ่อนๆ ของเปลือกส้ม ว่ากันว่าถ้าไม่ได้ดื่มเบียร์ยี่ห้อนี้ ก็อย่าริจะคุยเรื่องเบียร์ยี่ห้ออื่นของเบลเยียมให้ใครฟังทีเดียว
ส่วนหนุ่มดีกรีหนักก็ต้อง Leffe เบียร์ที่ผลิตในโบสถ์โดยนักบวชรสชาติเข้มข้นได้ใจ แต่ไม่บาดคอแต่อย่างใด กี่แก้วต่อกี่แก้วไม่ได้รู้สึกได้เพียงแค่เมามาย แต่นั้นหมายถึงคุณกำลังเติมความสุขให้แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายด้วย
นอกจากเบียร์เบลเยียมทั้ง 3 ชนิด ที่มีให้ลิ้มลองทั้งเบียร์สด และที่เป็นขวด ยังมีเบียร์ผลไม้ประเภทฟรุตเบียร์ให้เลือกอีกหลากชนิด ทั้งราสพ์เบอร์รี เชอร์รี แอปเปิล และพีช ควรรีบสั่งมาให้สาวๆ ที่นั่งข้างๆ ได้ลิ้มลองก่อนที่เธอจะงอนตุ๊บป่องในข้อหาที่ว่าหลงเบียร์รสดีมากกว่าเธอไงครับ
ผมแอบคิดอยู่ในใจว่าทำไมแก้วเบียร์ที่นี่จึงมีหลากหลาย แถมยังมีโลโก้ของเบียร์ดังตีตราอยู่ทุกแก้ว เรื่องนี้คริสเฉลยว่า แก้วนั้นสำคัญไฉนจนเราได้ความกระจ่างใจว่า นอกจากเสิร์ฟเบียร์ในอุณหภูมิที่เหมาะสมแล้ว แก้วที่เหมาะสมก็ยังเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่นักดื่มเบียร์จะไม่มองข้าม โดยเฉพาะเมื่อดื่มเบียร์เบลเยียมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับแก้วไม่แพ้เรื่องรสชาติของเบียร์ มากถึงขนาดบางครั้งยอมที่จะไม่ขายเบียร์บางชนิดเนื่องจากเห็นว่ายังไม่มีแก้วที่เหมาะที่จะใช้เสิร์ฟเบียร์ชนิดนั้นๆ กันเลยทีเดียว
เพราะเขาเชื่อว่าแก้วที่ดีจะต้องมีส่วนช่วยเพิ่มรสชาติ และความหอมหวานของส่วนผสมของเบียร์ออกมาให้มากที่สุด แบบนี้นี่เองแก้วเบียร์ที่วางอยู่บนชั้นถึงละลานตาเพียงนี้
อีกสิ่งหนึ่งที่ชาวเบลเยียมเขาถือว่าดูถูกพวกเขาสุดๆ ถึงขั้นรับไม่ได้ก็คือการที่สั่งน้ำแข็งแล้วเอามาใส่เบียร์ของพวกเขา มันช่างหยามกันชัดๆ ข้อนี้ไม่ต้องกลัวว่าเบียร์จะไม่เย็นถึงใจ เพราะก่อนเสิร์ฟทางร้านจะนำแก้วไปปรับอุณหภูมิ หรือเพิ่มความเย็นด้วยการผ่านแรงอัดของน้ำเย็นทุกครั้ง เท่านี้คุณก็จะได้แก้วเย็นฉ่ำที่พร้อมเสิร์ฟเบียร์รสเลิศกันแล้ว
และเพื่อเพิ่มอรรถรสในการดื่มเบียร์ก็คือต้องรับประทานกับอาหารตั้นตำรับของเบลเยียมนั่นก็คือ Moules Frites หอยแมลงภู่อบไวน์ขาว หอยตัวโตจากนิวซีแลนด์เสิร์ฟมาเต็มหม้อกับสูตรต้นตำรับ กินคู่กับเบลเจียนฟรายส์ชิ้นโตๆ เต็มปากเต็มคำแถมด้วยซอสที่มีให้เลือกถึง 6 ชนิด อร่อยสุดๆ หรือจะเรียกหาเมนูอื่นมาลิ้มลองก็มีให้เลือกกว่า 40 ชนิด รสชาติเด็ดดวงทั้งนั้น
ผมว่าชั่วโมงนี้ การได้นั่งชิลชิลท่ามกลางบรรยากาศที่มีกลิ่นยุโรปผสมความโมเดิร์น ที่มีดีคือมีดิสเพลย์เบียร์ขึ้นชื่อของเบลเยียมล่อตาล่อใจเอาไว้เกือบทุกมุมมอง และการได้ลิ้มลองฟองเบียร์รสละมุมลิ้นของเบียร์เบลเยียม ช่างเป็นความสุขล้นจนไม่อยากให้เวลามาปล้นความสุขสัมผัสเช่นนี้ไปเลย จริงๆ ครับ!
----------
ฮอบส์ (House Of Beer)
ชั้น G ศูนย์การค้าเพนนี บัลโคนี ทองหล่อ ซอย 16 ตรงข้าม เจ อเวนิว
เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-01.00 น.
โทร. 02-392-3513 หรือ www.hobsbkk.com
http://www.posttoday.com/magazine.php?id=47473
| แจ้ง สมาชิก ที่สมัครสมาชิกผ่านหน้าเวบหลังจาก 29 มค 2552 ถ้า login ไม่ได้ ให้สมัครสมาชิกใหม่อีกครั้งนะครับ เนื่องจากฐานข้อมูลมีปัญหาทำให้ข้อมูลหลังจากวันที่แจ้งนั้นหายไป ขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ |
| ||||||||||||||||||||||
| ได้กลับไปสาธารณเชคอีกครั้งช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาก ถือว่าโชคดีมาก เจออากาศดี ผู้ร่วม ทริปน่ารักและเฮฮา ไปครั้งนี้ ไม่มีโอกาสส่งโพสการ์ดมาฝากพี่ป้าน้าอา น้องๆ ซึ่งคอยให้กำลังใจตลอดมาในช่วงที่เตรียมตัวก่อนเดินทาง แทนคำขอบคุณและโปสการ์ดจากเชค ขอเอารูปมาฝากแล้วกันนะจ๊ะ ถึงแม้จะไม่ได้ยืนถ่ายอย่างบรรจง แต่แช๊ะ..แช๊ะมาด้วยความเร่งรีบ แต่ทุกครั้งที่ยกกล้องขึ้นกดชัตเตอร์ นั่นแสดงว่ากำลังคิดถึง ่อยู่นะกั๊บ อยากให้มาเห็นด้วยกันมากที่สุด ทุกที่ที่ผ่านไป ดอกไม้กำลังผลิบาน สีเหลืองสดใส ต้องถูกใจป้าซาร่าแน่นอน |
เย็นแรกที่ไปถึงจตุรัสกลางเมืองเก่าครุมลอฟ ยังทันเห็นแดดสีส้มจางๆ แม้ว่าจะหลังหกโมงเย็นไปแล้ว จตุรัสนี้เมื่อเดือนตุลาคมปิดซ่อม พอเสร็จแล้ว จตุรัสนี้มีคนไปนั่งเล่นตลอดเวลา ไม่ว่าจะผ่านไป เช้า บ่าย เย็น รอบๆจตุรัสมีร้านอาหารน่านั่งมากมาย หลายร้านมีโต๊ะออกมาตั้งหน้าร้านให้นั่งมองคนเดินผ่านไปมา |
หลังอาหารเย็น ยังมีเวลาขึ้นไปเดินเล่นบนปราสาท หลังสองทุ่ม ท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงินเข้ม ยามราตรี ครุมลอฟดูมีเสน่ห์ สวยแปลกตาไปอีกแบบ หากมีแม่มดขี่ไม้กวาดเหาะผ่านหน้าไป เราคงไม่แปลกใจ ก้เมืองเบื้องล่างของเราเหมือนกับภาพในหนังสือเทพนิยาย |
วันรุ่งขึ้น บ่ายแก่ๆ เราก็ได้มีโอกาสไปเดินตามหามุมที่ยังฝังใจเมื่อครั้งก่่อน เจอแล้ว ไม่ต้องเิดินไกลเลย ใกล้ๆจตุรัสกลางเมืองนั่นเอง เดินขึ้นเนินไปนิดเดียว จะมีลานกว้างหน้าโรงแรมหรู แถวนั้นมีร้านอาหาร คอฟฟี่ช็อฟน่านั่งหลายแห่ง หลังร้านจะมีระเบียงยื่นออกไปเห็นวิวแม่น้ำ และเห็นสองหอคอยสวยงาม หากสะพานไม่ปิดซ่อม น่าจะเป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปได้สวยมั่กๆ |
มองไปเห็นวิวอีกฝั่ง คาดว่า Cherry Blossom สีชมพูสดใสคงบานแจ่มเต็มลาน |
เดินไปท้ายเมือง เจอวิวโปร่งตาแบบนี้ หากได้นอนที่นีสักสองคืน คงครึ้มใจไม่น้อย และคงมีเวลาได้เดินออกไปนอกเมือง บางทีอาจเดินข้ามเขาหลายลูกไปถึงห้างเทสโก้ อย่างที่ลุงป้าเคยทำ |
ตึกเพ้นต์สวยๆ สไตล์เรอเนอซองมีให้ชมทั้งเมือง |
โรงแรมแถวนี้น่านอนเล่นนะ ตึกสีสวยๆ ทุกหลังเลย |
เก็บภาพจากเมืองเล็กๆ ครุมลอฟมาฝากกันได้ไม่มาก เกิดอาหารเดิมๆ "เดินบ่ทั่ว เบิ่งบ่หมด " งั้นพาเข้าเมืองหลวง แบบกรุงปรากต่อแล้วกัน Cherry Blossom ซากุระยุโรปกำลังออกดอกเลย แต่ละช่อฟูฟ่อง มองใกล้ๆคล้ายกุหลาบหนู |
ต้นข้่างบนกดมาจาก Petrin ตอนที่เดินจ้ำๆไปขึ้นรถรางกลับบ้าน ต้นนี้ไงป้า อยากนั่้งปล่อยอารมณ์ที่ม้านั่งหน้าสวนเนอะ |
ส่วนช่อนี้เอามาฝากจากต้นที่อยู่ทางเข้าประสาทปรากด้านข้าง เห็นช่อโต น่ารักดี |
จำตอนที่เราดูรูปที่มาริโอ้ถ่ายจากซาลซ์เบิร์ก แล้วร้องกันกรี๊ดกร๊าดตอนที่เห็นดอกแม็กโนเลียบานเต็มต้นได้เปล่าป้า มาคราวนี้ ได้เห็นแม็กโนเลียบานเต็มต้นหลายต้นเลย ทั้งที่เวียนนา และปราก เค้าปลูกที่ข้างถนน เห็นแล้วอยากกรี๊ด สวยมั่กๆๆ ต้นนี้ไม่ใหญ่นัก แต่ก็สวยหวาน น่ารักเหลือเกิน ตั้งใจเอามาฝากทุกคนจ้ะ |
มีแบบร่วงด้วยนะ.. |
ส่วนเจ้าช่อนี้หอมอ่อนๆ ชื่นใจมาก Jana เพื่อนชาวเช็คเป็นคนเด็ดให้ดม บอกว่าเราโชคดีมาก ธรรมดาดอกนี้จะบานในช่วงเดือนมิถุนายน จานาเล่าว่าช่วงที่รัสเซียเข้ามาช่วยปลดแอกเชคจากประเทศที่แพ้สงครามโลกครั้งที่สอง ชาวเมืองดีใจมาก พากันโยนช่อดอกไม้นี้ใส่ขบวนรถถังรัสเซียที่แล่นเข้ามา เป็นการต้อนรับ เสียดายช่วงที่เราเดินขึ้นสวนสาธารณะที่ Petrin มีดอกไม้ชนิดนี้ขึ้นเต็มสองข้างทางเดิน ทั้งสีขาว ม่วงอ่อน ม่วงเข้ม แต่ฝนตกเลยไม่ได้ถ่ายมา |
ทิวลิปเป็นดอกไม้อีกอย่างที่เห็นหนาตา โดยเฉพาะที่สวนหย่อมต่างๆ ตามเกาะกลางถนน ในปาร์ค และอนุเสาวรีย์ มีหลากสี แต่ที่สวนฤดูร้อนที่อยู่ที่ปราสาทปราก แปลงสีเหลืองนี้สะดุดตาสุดๆ |
นอกจากดอกไม้ เราก็เอาฟ้าใสๆของปรากมาฝากด้วย ปราสาทปรากและสะพานชาร์ลส์มองจากมุมริมแม่น้ำวัตตาวาที่อยู่ใกล้ๆโรงละครแห่งชาติของเชค ( ถ่ายใกล้ๆสะพานที่จิอากิเซมไปถูกโอลีเย่จับตัวไปไง อิ อิ ) |
สี่โมงเย็นแล้วแต่ท้องฟ้ายังเป็นสีฟ้าแจ่ม รูปปั้นตรงประตูหน้าเข้าปราสาทปรากวันนี้เลยโดดเด่นขึ้นมา เมื่อเดือนตุลา รูปปั้นแทบจะกลืนหายไปกะสีท้องฟ้าเทาๆ |
ทหารยามสุดหล่อ ฝากคุโบะเป็นพิเศษ |
ทางขึ้นปราสาท ฟ้าใสๆ มองเห็นปรากทั้งเมืองเต็มตา |
มองจากด้านหลังปราสาท |
นี่ก็ด้วย .. |
นี่ก็ใช่ ข้างล่างคือ Little Quarter |
จากตรงนี้มองไปเห็นสวนสวย The Senate Garden ที่ได้ไปเยือน |
ก่อนลงจากปราสาท ดูทหารผลัดยามหน้าประตูปราสาทก่อน อ่านเจอว่าแต่ก่อนเครืองแบบยามจะออกเชยแบบสีเขียวคอมมิวนิสต์ ซึ่งประธานาธิบดีเชคทนไม่ได้ เลยขอให้นักออกแบบเสื้อผ้าจากหนังดังเรื่อง Amadeus ออกแบบให้ ก็เลยได้เห็นทหารยามในเสื้อผ้าที่สีเข้มหล่อขึ้น แต่น้องบางคนบอกว่าสีเสื้อยังหล่อไม่เท่าทหารยามที่อังกฤษ |
จากปราสาทปราก เราขึ้นรถรางไปสวน Petrin ที่อยู่บนภูเขากันต่อ โชคดีที่รถรางขึ้นเขาไม่จอดซ่อม เราเลยไม่ต้องเดินลากขาขึ้นไปเหมือนครั้งที่แล้ว ขึ้นมาแล้วก็ได้เห็นต้นไม้ที่พากันออกดอกขาวราวปุยหิมะ ทำให้วิวปราสาทสวยและเมืองปรากสวยไปอีกแบบ |
น่ารักเนอะลุงเนอะ หากลุงป้าน้องๆ ได้มาเห็น คงได้ถ่ายรูปกันเพลิน |
วันรุ่งขึ้น เราโชคดีเหมือนกันที่ได้เห็นปรากในฤดุทีมันควรจะเป็น เค้าถึงว่า April Weather เป็นอะไรที่ไม่แน่นอน เพราะอาจมีทั้งหิมะ ฝน ลม แดด ในเดือนเดียวกัน ถ่ายจากหอคอยโอวทาวน์ เห็นเมฆทึมเทาขนาดนี้ ก็เดาได้ว่าบ่ายนี้เราคงไม่ได้เห็นแดดแน่นอน |
ใกล้เข้าไปอีกหน่อย ถ่ายมาแค่นี้แหละ ออกไปยืนที่ระเบียงหนาวมาก คนเยอะด้วย เดินชนกันไป |
หากจะอยากกลับไปปรากอีกครั้ง สาเหตุหนึ่งคืออยากไปที่สวนLena Park อีกครั้ง อยากไปยืนชมโค้งน้ำแล้วบรรจงถ่ายรูปที่เหมือนวิวอยู่ในโพสการ์ดของสะพานชาร์ลส์และสะพานอื่นๆอีกครั้ง ใครๆก็บอกว่าโอลดฺทาวน์มองจากมุมนี้สวยที่สุด ครั้งนี้ได้ไปเห็นเพียงแว็บๆ เลือกมุมถ่ายไม่ได้ เพราะฝนตกหนัก แต่ยังดี ได้ไปนั่งจิบกาแฟในที่ตามหาตั้งแต่ทริปก่อน ถึงแม้จะไม่ได้นั่งโต๊ะที่จิอากิเซมไปกะน้องโนเดาเมะนั่งก็เหอะ แค่นี้ก็ปลื้มแล้ว |
แล้วเราก็ลากันบนถนนที่คิดว่าโรแมนติกที่สุดเลย ถนนเส้นนี้เดินคนเดียวอาจกลั้นใจตายได้ ชอบถนนสายนี้มาก ถึงแม้จะออกเงียบไปซักนิด แต่สีสันและโคมไฟที่ใช้ย้อนยุคมาก ไม่แปลกใจเลยที่เค้าชอบมาถ่ายหนังย้อนยุคที่ย่านนี้กัน เพราะมันเก่าได้อารมณ์มาก จบรายการของฝากที่เชคเท่านี้ก่อนนะจ๊ะ เด๋วคึกๆ ค่อยลุกขึ้นมาค้นรูปทำของฝากจากออสเตรียต่อ |
ดื่มดำกำซาบซ่าน...............ทรวงข้า ของฝากงามล้ำค่า..............อิ่มหนอ ฟ้าสวยโอบ(ดอก)ไม้งาม......กกกอด ชมพูบานแข่งฟ้า................งามล้ำ..รำพัน (แทนคำขอบคุณค่ะม่า |
สวยมากมาย เลยค่ะพี่ ช่างเป็นของฝากที่ประทับใจผู้รับชมจริงๆเลยค่ะ |
ชมภาพและคำบรรยายของเอ็มด้วยความชื่นใจประทับใจ เหมือนกับที่น้องคุโบะ น้องครีม ถ่ายทอดออกมา ขอบคุณครับ |
กรี๊ดดดซซซ์ สลบไป....หลายกลัปหลายกัลล์......สวย..สุดๆๆๆ.. ขอหอมแก้ม ..น้องซ้าย ขวา..กลาง(แถม) ขอบคุณมั๊กๆๆๆๆ.....สงสัยต้องไปลบรอยแค้นอีกซักรอบ โดยเอา M ไปเป็นตัวประกันดีมะ...ช่วงหน้าไม้ดอก ใช่ปลายหนาว..ต้นผลิมะ..... อะไรจะโชคดีปานนี้ ดิน ฟ้า อากาศ ต้นไม้ ลำธาร แม่นำ อาคาร เป็นใจไปหมด .....รักนู๋M..เป็นที่ซูดด์.... |
ชอบภาพฟ้าพยับฝนเหนือปราสาท แสงตกเหมาะเจาะพอดี งามเหมือนเทพประทาน โชคดีจริง ๆ เอ็ม |
ในที่สุดก็หามุมของจิอากิได้แล้ว |
| ? |
| www.Painaima.com สงวนลิขสิทธิภาพถ่ายและบทความที่ทำขึ้นโดยเวบไซท์ ต้องการนำไปเผยแพร่ บอกกล่าวได้ที traval at painaima.com |