วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6653 ข่าวสดรายวัน
นักเรียนเอเน็ต-นักเลงช่างกล งานเข้า"สุเมธ แย้มนุ่น" สองอธิการฯ"ปทุมวัน-อุเทนฯ"
คอลัมน์ ทะลุคนทะลวงข่าว
ปัญหานักเรียนพลาดสอบเอเน็ตที่จะส่งผลถึงอนาคตเด็กยังเต็มมือ
สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) ยิ่งหนักอก เมื่อนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ยกพวกปิดถนนกลางเมืองตีกันรายวัน
คราวนี้มีเหยื่อที่ถูกลูกหลงบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นกะโหลศีรษะร้าว ซี่โครงหัก
ลั่นทันที ใครผิด ให้คัดชื่อออก
สวนทางความคิดเห็นของอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
"กระทบกระทั่งกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น"
กระทบกระทั่งกันเล็กๆน้อยๆ ชนิดที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ ประกาศว่า ต้อง
"ยาแรง"
เล็กน้อยขนาดที่นายกรัฐมนตรีต้อง สั่งการ
"เรื่องนี้ต้องดำเนินคดีขยายผล และดำเนินการตามกฎหมายกับตัวบุคคลอย่างจริงจัง
"ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่าง เด็ดขาด"
ขานรับด้วยมาตรการแก้ปัญหา เลขาธิการ สกอ.ระบุ ที่ดำเนินการได้ทันทีคือ ทั้ง 2 สถาบันจะต้องมีมาตรการใหม่ในการคัดกรองนักศึกษาใหม่
ส่วนนักศึกษาเก่าให้คัดชื่อเด็กที่มีหลักฐานและประวัติก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทำผิดวินัยรุนแรง ให้พ้นสภาพ ออกจากระบบทันที
หลักฐานสำคัญคือคลิปวิดีโอบันทึกภาพคนก่อเหตุที่มีผู้บันทึกไว้
สำหรับมาตรการระยะยาว มีตั้งแต่แยกสถาบันทั้ง 2 แห่งให้อยู่ห่างกัน ปรับให้มีสาขาวิชาด้านสังคมศาสตร์เข้าไปเสริม เพราะนักศึกษาสายสังคมจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างออกไป และน่าจะทำให้บรรยากาศในสถาบันดีขึ้น
ควบคุมไม่ให้ดื่มสุราในสถาบัน ให้ทำประวัตินักศึกษาทุกปี เพื่อจะได้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทันสมัยสำหรับตรวจสอบนักศึกษาต้องสงสัย
ตั้งโทรทัศน์วงจรปิดบริเวณหน้าสถาบัน จุดอับ และแหล่งมั่วสุม
จัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างสถาบันเพื่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีและบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่สังคมร่วมกัน
และไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาชักชวนนักศึกษาไปในทางเสียหาย
หรือก่อกวนการเรียนการสอน
ขณะทุกฝ่ายประสานมือเต็มกำลัง ยุติความรุนแรง สมเกียรติ จงประ สิทธิ์พร อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน กล่าวสรุปทันที
"การนำเสนอของสื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหา"
สอดรับอธิการฯคือเสียงบุคคลที่อ้างเป็นศิษย์เก่า กร้าวใส่ "ถ้าคำถามไม่สร้างสรรค์ เดี๋ยวเจอกูแน่"
เป็นสุภาพชน สมเป็นศิษย์มีครู
จนเลขาธิการ สกอ.ต้องอ่อนอกอ่อนใจ อยู่เดี๋ยวนี้
เลขาฯ สกอ. เกิด 30 มีนาคม 2494 "
การศึกษาบัณฑิต วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร ปริญญาโทและเอกการวิจัยและสถิติ มหาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น โคโล ราโด สหรัฐอเมริกา
ชีวิตราชการเริ่มจากเป็นนักวิชาการกองการสอบ สำนักงานก.พ.
ย้ายเข้าเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน กองแผนงาน สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย
เป็นผู้จัดตั้งศูนย์สารสนเทศ นำคอมพิวเตอร์เข้ามาประมวลผลข้อมูลเมื่อปี 2532
เติบโตในสำนักนโยบายและแผนอุดม ศึกษามาโดยตลอด
ตุลาคม 2550 ขึ้นเป็นเลขาธิการ สกอ.
แต่ไม่มีหนไหนจะงานหนักเท่าวันนี้
กลับมาปัญหาเอเน็ตที่นักเรียนและผู้ปกครองจำนวนมากร้อนอกร้อนใจ
"ยอมรับว่า สกอ.ใช่จะถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าตรวจสอบพบว่าระบบไม่ถูกต้องและเกิดปัญหา ยินดีจะรับผิดชอบ
"แต่ประเด็นสำคัญของปัญหาอยู่ที่จะสามารถตรวจสอบได้หรือไม่ว่ามีข้อบกพร่องในระบบจริงหรือไม่
"สกอ.ยินดีจะให้สิทธิกับนักเรียนทุกคนที่ประสบกับปัญหาดังกล่าว"
ยืนยัน ประชาสัมพันธ์เต็มที่มาโดยตลอด โดยหน่วยงานที่อยู่ในวงจรการรับสมัครที่สำคัญคือโรงเรียน ซึ่งต้องรู้ระบบการดำเนินการและต้องช่วยเหลือให้คำแนะนำกับนักเรียน
บทสรุปคือ
"จะเปิดรับการชำระเงินค่าสมัคร เอเน็ตรอบสองหรือไม่ หรือจะมีแนวทางเยียวยาอื่นอย่างไร การตัดสินใจจะอยู่บนหลักการความถูกต้อง จะไม่ให้กระแสสังคมและการเมืองมากดดัน
"เพราะมหาวิทยาลัยมีอำนาจโดยตรงในการรับนักศึกษา"
ส่วนเรื่องร้อน นักเรียน-นักเลง ทำหนังสือแจ้งไปยังอธิการบดีทั้ง 2 แห่งให้รายงานข้อเท็จจริง
และให้ชี้แจงว่าปฏิบัติตามนโยบายป้องกันนักเรียนนักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายกันที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศไว้หรือไม่
หากพบว่าผู้บริหารปล่อยปละละเลย ต้องลงโทษ!!
หน้า 4 http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROemIyTXdNVEUxTURJMU1nPT0=§ionid=TURNd09RPT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB4TlE9PQ==
วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
กำหนดวันสอบบาลีสนามหลวง 2552
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6653 ข่าวสดรายวัน
กำหนดวันสอบบาลีสนามหลวง 2552
นางจุฬารัตน์ บุณยากร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติร่วมมือกับสำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง ได้กำหนดสอบบาลีสนามหลวงประจำปี 2552 โดยแบ่งการสอบออกเป็น 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 สอบตามปกติที่ได้ปฏิบัติเป็นลำดับมา ในการสอบครั้งแรก เปิดสอบประโยค ป.ธ.6, 7, 8, 9 เมื่อวันที่ 27-31 เดือนมกราคม 2552 เปิดสอบในกรุงเทพมหานคร รวม 5 แห่ง จากนั้นในวันที่ 19-21 เดือนกุมภาพันธ์ 2552 เปิดสอบประโยค 1-2 และประโยค ป.ธ.3, 4, 5 มีสนามสอบในส่วนกลางจำนวน 19 แห่ง และในส่วนภูมิภาคจำนวน 85 แห่ง ครั้งที่ 2 เปิดสอบสำหรับผู้ที่สอบได้แล้ว 1 วิชาในการสอบครั้งแรก ในชั้นประโยค 1-2 ถึงประโยค ป.ธ.5 ในวันที่ 19-21 เมษายน 2552 มีสนามสอบส่วนกลาง รวม 9 แห่ง และในภูมิภาค รวม 21 แห่ง โอกาสนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติขอกราบอาราธนาพระภิกษุ สามเณร สมัครสอบบาลีสนามหลวงทุกชั้นประโยค พ.ศ.2552 เพื่อเป็นข้อมูลทางการศึกษาประจำปี โดยเอกสารนั้น สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวงได้จัดส่งไปถวายเจ้าคณะภาค เจ้าสำนักเรียน ในส่วนกลาง และเจ้าสำนักเรียนในส่วนภูมิภาคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง โทร. 0-2869-0485, 0-2869-0487
หน้า 31 http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXdNekUxTURJMU1nPT0=§ionid=TURNd053PT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB4TlE9PQ==
กำหนดวันสอบบาลีสนามหลวง 2552
นางจุฬารัตน์ บุณยากร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติร่วมมือกับสำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง ได้กำหนดสอบบาลีสนามหลวงประจำปี 2552 โดยแบ่งการสอบออกเป็น 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 สอบตามปกติที่ได้ปฏิบัติเป็นลำดับมา ในการสอบครั้งแรก เปิดสอบประโยค ป.ธ.6, 7, 8, 9 เมื่อวันที่ 27-31 เดือนมกราคม 2552 เปิดสอบในกรุงเทพมหานคร รวม 5 แห่ง จากนั้นในวันที่ 19-21 เดือนกุมภาพันธ์ 2552 เปิดสอบประโยค 1-2 และประโยค ป.ธ.3, 4, 5 มีสนามสอบในส่วนกลางจำนวน 19 แห่ง และในส่วนภูมิภาคจำนวน 85 แห่ง ครั้งที่ 2 เปิดสอบสำหรับผู้ที่สอบได้แล้ว 1 วิชาในการสอบครั้งแรก ในชั้นประโยค 1-2 ถึงประโยค ป.ธ.5 ในวันที่ 19-21 เมษายน 2552 มีสนามสอบส่วนกลาง รวม 9 แห่ง และในภูมิภาค รวม 21 แห่ง โอกาสนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติขอกราบอาราธนาพระภิกษุ สามเณร สมัครสอบบาลีสนามหลวงทุกชั้นประโยค พ.ศ.2552 เพื่อเป็นข้อมูลทางการศึกษาประจำปี โดยเอกสารนั้น สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวงได้จัดส่งไปถวายเจ้าคณะภาค เจ้าสำนักเรียน ในส่วนกลาง และเจ้าสำนักเรียนในส่วนภูมิภาคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง โทร. 0-2869-0485, 0-2869-0487
หน้า 31 http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXdNekUxTURJMU1nPT0=§ionid=TURNd053PT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB4TlE9PQ==
ม.ราชภัฏสารคามถวายปริญญาพระ
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6653 ข่าวสดรายวัน
ม.ราชภัฏสารคามถวายปริญญาพระ
รศ.สมเจตน์ ภูศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามในวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2551 ในโอกาสนี้ สภามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มีมติเป็นเอกฉันท์ ถวายปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาแด่พระราชสุทธิธรรมมาจารย์ และนายนิสสัย เวชชาชีวะ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เข้ารับพระราชทานจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2551 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร และนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้ทำพิธีถวายปริญญาบัตร ศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์(ศศม.)สาขายุทธศาสตร์การพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม แด่พระราชสุทธิธรรมมาจารย์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2552 ที่ผ่านมา ณ วัดประยูรธรรมาราม ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี สำหรับพระราชสุทธิธรรมมาจารย์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดประยูรธรรมาราม สำเร็จการศึกษานักธรรมเอก เป็นพระที่เคร่งครัดในธรรมวินัย ส่งเสริมสนับสนุนและอุปถัมป์การศึกษาของพระภิกษุ สามเณรและฆราวาส ได้ศึกษาเล่าเรียนทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษาในเขตพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้อยู่ในอุปการะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โท และเอกกว่า 100 คน ท่านเป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลอุทิศตนเป็นผู้ให้สร้างสรรค์พัฒนาสังคมมาโดยตลอด
หน้า 31 http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXdNakUxTURJMU1nPT0=§ionid=TURNd053PT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB4TlE9PQ==
ม.ราชภัฏสารคามถวายปริญญาพระ
รศ.สมเจตน์ ภูศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามในวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2551 ในโอกาสนี้ สภามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มีมติเป็นเอกฉันท์ ถวายปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาแด่พระราชสุทธิธรรมมาจารย์ และนายนิสสัย เวชชาชีวะ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เข้ารับพระราชทานจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2551 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร และนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้ทำพิธีถวายปริญญาบัตร ศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์(ศศม.)สาขายุทธศาสตร์การพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม แด่พระราชสุทธิธรรมมาจารย์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2552 ที่ผ่านมา ณ วัดประยูรธรรมาราม ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี สำหรับพระราชสุทธิธรรมมาจารย์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดประยูรธรรมาราม สำเร็จการศึกษานักธรรมเอก เป็นพระที่เคร่งครัดในธรรมวินัย ส่งเสริมสนับสนุนและอุปถัมป์การศึกษาของพระภิกษุ สามเณรและฆราวาส ได้ศึกษาเล่าเรียนทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษาในเขตพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้อยู่ในอุปการะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โท และเอกกว่า 100 คน ท่านเป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลอุทิศตนเป็นผู้ให้สร้างสรรค์พัฒนาสังคมมาโดยตลอด
หน้า 31 http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXdNakUxTURJMU1nPT0=§ionid=TURNd053PT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB4TlE9PQ==
พระสอบนักธรรมลด-บวชแล้วไม่เรียน ถกสพฐ.ลดวิชาสามัญร.ร.พระปริยัติฯ 8 กลุ่มเหลือ 5
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6653 ข่าวสดรายวัน
พระสอบนักธรรมลด-บวชแล้วไม่เรียน ถกสพฐ.ลดวิชาสามัญร.ร.พระปริยัติฯ 8 กลุ่มเหลือ 5
พระพรหมเวที วัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะภาค 8 เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาพระปริยัตินิเทศก์ ประจำปี 2552 ณ หอประชุมสงฆ์วัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งกล่าวสัมโมทนียกถาเปิดการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อต้องการให้พะปริยัตินิเทศก์เข้าใจนโยบายของคณะสงฆ์ และของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) รวมทั้งปรับบทบาทในการทำงานให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะเดียวกันจะมีการจัดทำคู่มือสำหรับพระปริยัตินิเทศก์ด้วย ทั้งนี้หน้าที่ของพระปริยัตินิเทศก์ถือว่ามีความสำคัญ เพราะต้องคอยนิเทศการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ในแต่ละจังหวัด ซึ่งการศึกษาถือเป็นหัวใจสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และเป็นหลักให้พระภิกษุสามเณรประพฤติปฏิบัติชอบ เพราะเมื่อพระภิกษุสามเณรมีการศึกษาก็จะไม่ประพฤติผิดพระธรรมวินัย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความมั่นคงในพระพุทธศาสนา
พระธรรมปัญญาภรณ์ เลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง และเจ้าคณะภาค 5 กล่าวบรรยายพิเศษเรื่องหลักการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ว่า อยากให้พระปริยัตินิเทศก์สำรวจพระที่เข้าสอบนักธรรมชั้นตรี เพราะในฐานะที่ตนเป็นเจ้าคณะภาคด้วยก็ได้รับรายงานเกี่ยวกับการสอบนักธรรมด้วย พบว่ามีจำนวนพระที่เข้าสอบนักธรรมชั้นตรีน้อยลง ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากพระบางรูปเข้ามาบวชแล้วไม่ยอมเรียน โดยอ้างว่าเรียนไปแล้วพอสึกออกไปก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ขณะที่บางรูปก็สมัครสอบแต่ไม่ไปสอบ จึงอยากให้สำรวจจำนวนที่แท้จริงและหาทางแก้ไข เพราะการเรียนนักธรรมชั้นตรีเป็นพื้นฐานก่อนในการที่จะไปเลือกเรียนบาลี นอกจากนี้ยังพบปัญหาอีกคือ เมื่อมีการประกาศใช้กฎกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการเรียนการสอนโดยพระพุทธศาสนา ทำให้โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม-บาลี ต้องมีการเรียนการสอนในวิชาสามัญด้วย พบว่าหลายโรงเรียนเมื่อนำวิชาสามัญเข้าไปสอนการเรียนการสอนบาลีกลับหายไป ดังนั้นตนจึงนำเรื่องดังกล่าวหารือกับทางคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานว่า จะสามารถลดรายวิชาสามัญจาก 8 กลุ่มสาระเหลือ 5 กลุ่มสาระได้หรือไม่ ซึ่งทางคุณหญิงกษมาก็ได้ให้ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มาหารือและหาทางแก้ไขในเร็วๆ นี้
หน้า 31 http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXdNVEUxTURJMU1nPT0=§ionid=TURNd053PT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB4TlE9PQ==
พระสอบนักธรรมลด-บวชแล้วไม่เรียน ถกสพฐ.ลดวิชาสามัญร.ร.พระปริยัติฯ 8 กลุ่มเหลือ 5
พระพรหมเวที วัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะภาค 8 เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาพระปริยัตินิเทศก์ ประจำปี 2552 ณ หอประชุมสงฆ์วัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งกล่าวสัมโมทนียกถาเปิดการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อต้องการให้พะปริยัตินิเทศก์เข้าใจนโยบายของคณะสงฆ์ และของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) รวมทั้งปรับบทบาทในการทำงานให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะเดียวกันจะมีการจัดทำคู่มือสำหรับพระปริยัตินิเทศก์ด้วย ทั้งนี้หน้าที่ของพระปริยัตินิเทศก์ถือว่ามีความสำคัญ เพราะต้องคอยนิเทศการจัดการศึกษาของคณะสงฆ์ในแต่ละจังหวัด ซึ่งการศึกษาถือเป็นหัวใจสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และเป็นหลักให้พระภิกษุสามเณรประพฤติปฏิบัติชอบ เพราะเมื่อพระภิกษุสามเณรมีการศึกษาก็จะไม่ประพฤติผิดพระธรรมวินัย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความมั่นคงในพระพุทธศาสนา
พระธรรมปัญญาภรณ์ เลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง และเจ้าคณะภาค 5 กล่าวบรรยายพิเศษเรื่องหลักการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ว่า อยากให้พระปริยัตินิเทศก์สำรวจพระที่เข้าสอบนักธรรมชั้นตรี เพราะในฐานะที่ตนเป็นเจ้าคณะภาคด้วยก็ได้รับรายงานเกี่ยวกับการสอบนักธรรมด้วย พบว่ามีจำนวนพระที่เข้าสอบนักธรรมชั้นตรีน้อยลง ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากพระบางรูปเข้ามาบวชแล้วไม่ยอมเรียน โดยอ้างว่าเรียนไปแล้วพอสึกออกไปก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ขณะที่บางรูปก็สมัครสอบแต่ไม่ไปสอบ จึงอยากให้สำรวจจำนวนที่แท้จริงและหาทางแก้ไข เพราะการเรียนนักธรรมชั้นตรีเป็นพื้นฐานก่อนในการที่จะไปเลือกเรียนบาลี นอกจากนี้ยังพบปัญหาอีกคือ เมื่อมีการประกาศใช้กฎกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการเรียนการสอนโดยพระพุทธศาสนา ทำให้โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม-บาลี ต้องมีการเรียนการสอนในวิชาสามัญด้วย พบว่าหลายโรงเรียนเมื่อนำวิชาสามัญเข้าไปสอนการเรียนการสอนบาลีกลับหายไป ดังนั้นตนจึงนำเรื่องดังกล่าวหารือกับทางคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานว่า จะสามารถลดรายวิชาสามัญจาก 8 กลุ่มสาระเหลือ 5 กลุ่มสาระได้หรือไม่ ซึ่งทางคุณหญิงกษมาก็ได้ให้ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มาหารือและหาทางแก้ไขในเร็วๆ นี้
หน้า 31 http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXdNVEUxTURJMU1nPT0=§ionid=TURNd053PT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB4TlE9PQ==
"สบปราบ"เร่งสร้างทำนบกั้นน้ำวังสู้ภัยแล้ง ชี้กว่า 2 พันครัวเรือนใน 27 หมู่บ้านเจอแล้งจัดแน่
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6653 ข่าวสดรายวัน
"สบปราบ"เร่งสร้างทำนบกั้นน้ำวังสู้ภัยแล้ง ชี้กว่า 2 พันครัวเรือนใน 27 หมู่บ้านเจอแล้งจัดแน่
ลำปาง - นายศรีโรจน์ นิมมานพัชรินทร์ นอภ.สบปราบ เปิดเผยถึงการสร้างทำนบกั้นแม่น้ำวังว่า เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างฤดูหนาวและฤดูร้อน ทำให้เกิดความแห้งแล้งขึ้น ในปี"52 ปัญหาภัยแล้งเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ จึงพิจารณาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ลำน้ำวัง โดยการสร้างทำนบชั่วคราวกั้นลำน้ำวังเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งจุด จากเดิมที่มีทำนบแล้ว 5 จุด และเพิ่มอีก 1 จุดที่บริเวณใต้บ้านวังยาว เขตอบต.แม่กั๊วะ โดยทำนบเก่าที่ทำไว้แล้วและยังมีสภาพใช้ได้ดี เพียงแต่เสียหายไปบางส่วนก็มีการซ่อมแซมให้มีสภาพแข็งแรงดียิ่งขึ้น ชาวบ้านหมู่บ้านวังยาว หมู่ที่ 8 และบ้านอ้อ หมู่ที่ 2 ที่อยู่บริเวณใกล้ลำน้ำวัง เริ่มมีการสร้างทำนบใหม่และซ่อมแซมทำนบชั่วคราวขึ้น สำหรับกระสอบบรรจุทรายที่ใช้ในการสร้างทำนบทั้ง 2 จุด ประมาณ 18,000 กระสอบ รวมขอเก่าทั้งหมด 6 จุดจะต้องใช้กระสอบราว 40,000 กระสอบ
นายปิลันธน์ รัตนวราภรณ์ ส.จ.เขตอ.สบปราบ เปิดเผยว่า ร่วมมือกับนายอำเภอเท่าที่สามารถช่วยได้ ยอมรับว่าอากาศเพิ่งจะหมดหนาว แต่ทางอำเภอก็มีการเตรียมการเอาไว้หากภาวะแล้งมาถึงเร็ว ในขณะที่อบจ.ยังไม่ได้เข้าสภาเรื่องการจัดงบแก้ปัญหาภัยแล้งเอาไว้ คาดว่าปีนี้ภาวะแล้งน่าจะหนักหนาเพราะมีการประกาศภัยแล้งตั้งแต่ช่วงฤดูฝนมาแล้ว อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ภัยแล้งมีแนวโน้มรุนแรงสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านมาก ตนคิดว่าทาง อบจ.คงเสนอเรื่องเข้าสภาเพื่อพิจารณางบฉุกเฉิน เพื่อนำมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนแน่นอน
ทั้งนี้ พื้นที่ อ.สบปราบ มีหมู่บ้านทั้งหมด 46 หมู่บ้าน มีประชากรประมาณ 8,000 ครัวเรือน เมื่อช่วงต้นเดือนม.ค.ผ่านมา ผู้นำท้องถิ่นในแต่ละหมู่บ้านรายงานเข้ามายังอำเภอ โดยสรุปว่า หมู่บ้าน 27 หมู่บ้าน มีประชากรจำนวน 2,000 ครัวเรือน เริ่มได้รับความเดือดร้อนจากภาวะความแห้งแล้ง นายอำเภอจึงมีการพิจารณา เพื่อหาทางช่วยเหลือปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าโดยการให้ชาวบ้านช่วยกันสร้างและแก้ไข ซ่อมแซม ทำนบกั้นลำน้ำวังดังกล่าว
หน้า 28 http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd2NtOHdNVEUxTURJMU1nPT0=§ionid=TURNeE13PT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB4TlE9PQ==
"สบปราบ"เร่งสร้างทำนบกั้นน้ำวังสู้ภัยแล้ง ชี้กว่า 2 พันครัวเรือนใน 27 หมู่บ้านเจอแล้งจัดแน่
ลำปาง - นายศรีโรจน์ นิมมานพัชรินทร์ นอภ.สบปราบ เปิดเผยถึงการสร้างทำนบกั้นแม่น้ำวังว่า เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างฤดูหนาวและฤดูร้อน ทำให้เกิดความแห้งแล้งขึ้น ในปี"52 ปัญหาภัยแล้งเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ จึงพิจารณาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ลำน้ำวัง โดยการสร้างทำนบชั่วคราวกั้นลำน้ำวังเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งจุด จากเดิมที่มีทำนบแล้ว 5 จุด และเพิ่มอีก 1 จุดที่บริเวณใต้บ้านวังยาว เขตอบต.แม่กั๊วะ โดยทำนบเก่าที่ทำไว้แล้วและยังมีสภาพใช้ได้ดี เพียงแต่เสียหายไปบางส่วนก็มีการซ่อมแซมให้มีสภาพแข็งแรงดียิ่งขึ้น ชาวบ้านหมู่บ้านวังยาว หมู่ที่ 8 และบ้านอ้อ หมู่ที่ 2 ที่อยู่บริเวณใกล้ลำน้ำวัง เริ่มมีการสร้างทำนบใหม่และซ่อมแซมทำนบชั่วคราวขึ้น สำหรับกระสอบบรรจุทรายที่ใช้ในการสร้างทำนบทั้ง 2 จุด ประมาณ 18,000 กระสอบ รวมขอเก่าทั้งหมด 6 จุดจะต้องใช้กระสอบราว 40,000 กระสอบ
นายปิลันธน์ รัตนวราภรณ์ ส.จ.เขตอ.สบปราบ เปิดเผยว่า ร่วมมือกับนายอำเภอเท่าที่สามารถช่วยได้ ยอมรับว่าอากาศเพิ่งจะหมดหนาว แต่ทางอำเภอก็มีการเตรียมการเอาไว้หากภาวะแล้งมาถึงเร็ว ในขณะที่อบจ.ยังไม่ได้เข้าสภาเรื่องการจัดงบแก้ปัญหาภัยแล้งเอาไว้ คาดว่าปีนี้ภาวะแล้งน่าจะหนักหนาเพราะมีการประกาศภัยแล้งตั้งแต่ช่วงฤดูฝนมาแล้ว อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ภัยแล้งมีแนวโน้มรุนแรงสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านมาก ตนคิดว่าทาง อบจ.คงเสนอเรื่องเข้าสภาเพื่อพิจารณางบฉุกเฉิน เพื่อนำมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนแน่นอน
ทั้งนี้ พื้นที่ อ.สบปราบ มีหมู่บ้านทั้งหมด 46 หมู่บ้าน มีประชากรประมาณ 8,000 ครัวเรือน เมื่อช่วงต้นเดือนม.ค.ผ่านมา ผู้นำท้องถิ่นในแต่ละหมู่บ้านรายงานเข้ามายังอำเภอ โดยสรุปว่า หมู่บ้าน 27 หมู่บ้าน มีประชากรจำนวน 2,000 ครัวเรือน เริ่มได้รับความเดือดร้อนจากภาวะความแห้งแล้ง นายอำเภอจึงมีการพิจารณา เพื่อหาทางช่วยเหลือปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าโดยการให้ชาวบ้านช่วยกันสร้างและแก้ไข ซ่อมแซม ทำนบกั้นลำน้ำวังดังกล่าว
หน้า 28 http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd2NtOHdNVEUxTURJMU1nPT0=§ionid=TURNeE13PT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB4TlE9PQ==
ตั้งศูนย์เฉพาะกิจรับภัยแล้งปี"52
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6653 ข่าวสดรายวัน
ตั้งศูนย์เฉพาะกิจรับภัยแล้งปี"52
เลย - นายมานิตย์ มกรพงศ์ ผวจ.เลย กล่าวถึงการเตรียมพร้อมในการรับภัยแล้งของจังหวัดเลยว่า การเตรียมการป้องกันภัยแล้งแบ่งเป็นสองประเด็น เรื่องการกักเก็บน้ำสั่งการไปแล้วทุกอำเภอ ตามลำห้วยสายรองในพื้นที่จำเป็นที่จะต้องทำฝายแม้ว ก็จะยึดรูปแบบจากห้วยคล่องไคร้ โดยให้นายอำเภอเป็นเจ้าภาพทุกอำเภอ ให้ทางท้องถิ่น เช่น เทศบาล อบต. ทำโดยใช้งบไม่มาก ใช้วัสดุตามธรรมชาติ ไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน แต่มีความคงทนมากกว่า 1 ปี ที่ผ่านมาเราใช้ฝายกระสอบทรายเพียงปีเดียวก็พังแล้วและทำให้ลำน้ำตื้นเขินด้วย ในปีนี้จึงเปลี่ยนนโยบายหมดแล้ว ไม่อนุญาตให้ใช้กระสอบทราย จะใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เช่น ที่แม่น้ำเลย
นายมานิตย์ กล่าวต่อว่า อีกเรื่องคือเรื่องของไฟป่า เป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง ปีที่แล้วต้องยอมรับว่า โชคดีและธรรมชาติช่วย เราสามารถดูแลปัญหาเรื่องไฟป่าลดลงได้ถึง 70% จากเดิมเคยเกิดไฟป่า 4-5 พันไร่ แต่ปีที่แล้วเราเกิดเพียง 2 พันไร่เศษ ลดลงไปมาก เนื่องจากเรามีการเตรียมการไว้ดี ในปีนี้ไม่ประมาท เราจะมีการซ้อมแผนแบบเข้ม สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดก็เป็นพี่น้องประชาชน เราจะต้องมีการอบรมขยายผลมากขึ้น ไฟป่าส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นมาจากพนักงานที่เป็นเจ้าหน้าที่ของแขวงการทางที่ถางหญ้าริมทางแล้วเผา มีการกำชับอย่างชัดเจนว่า ถ้าเผาหญ้าข้างทางจะลงโทษทางวินัยสูงสุด ส่วนประชาชนก็จะประชาสมพันธ์ให้มากขึ้น พวกชังข้าว ชังข้าวโพดอย่าเผา ให้ไถกลบ
หน้า 28 http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd2NtOHdNakUxTURJMU1nPT0=§ionid=TURNeE13PT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB4TlE9PQ==
ตั้งศูนย์เฉพาะกิจรับภัยแล้งปี"52
เลย - นายมานิตย์ มกรพงศ์ ผวจ.เลย กล่าวถึงการเตรียมพร้อมในการรับภัยแล้งของจังหวัดเลยว่า การเตรียมการป้องกันภัยแล้งแบ่งเป็นสองประเด็น เรื่องการกักเก็บน้ำสั่งการไปแล้วทุกอำเภอ ตามลำห้วยสายรองในพื้นที่จำเป็นที่จะต้องทำฝายแม้ว ก็จะยึดรูปแบบจากห้วยคล่องไคร้ โดยให้นายอำเภอเป็นเจ้าภาพทุกอำเภอ ให้ทางท้องถิ่น เช่น เทศบาล อบต. ทำโดยใช้งบไม่มาก ใช้วัสดุตามธรรมชาติ ไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน แต่มีความคงทนมากกว่า 1 ปี ที่ผ่านมาเราใช้ฝายกระสอบทรายเพียงปีเดียวก็พังแล้วและทำให้ลำน้ำตื้นเขินด้วย ในปีนี้จึงเปลี่ยนนโยบายหมดแล้ว ไม่อนุญาตให้ใช้กระสอบทราย จะใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เช่น ที่แม่น้ำเลย
นายมานิตย์ กล่าวต่อว่า อีกเรื่องคือเรื่องของไฟป่า เป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง ปีที่แล้วต้องยอมรับว่า โชคดีและธรรมชาติช่วย เราสามารถดูแลปัญหาเรื่องไฟป่าลดลงได้ถึง 70% จากเดิมเคยเกิดไฟป่า 4-5 พันไร่ แต่ปีที่แล้วเราเกิดเพียง 2 พันไร่เศษ ลดลงไปมาก เนื่องจากเรามีการเตรียมการไว้ดี ในปีนี้ไม่ประมาท เราจะมีการซ้อมแผนแบบเข้ม สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดก็เป็นพี่น้องประชาชน เราจะต้องมีการอบรมขยายผลมากขึ้น ไฟป่าส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นมาจากพนักงานที่เป็นเจ้าหน้าที่ของแขวงการทางที่ถางหญ้าริมทางแล้วเผา มีการกำชับอย่างชัดเจนว่า ถ้าเผาหญ้าข้างทางจะลงโทษทางวินัยสูงสุด ส่วนประชาชนก็จะประชาสมพันธ์ให้มากขึ้น พวกชังข้าว ชังข้าวโพดอย่าเผา ให้ไถกลบ
หน้า 28 http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd2NtOHdNakUxTURJMU1nPT0=§ionid=TURNeE13PT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB4TlE9PQ==
จัดปอยส่างลอง-สานประเพณีไทยใหญ่
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6653 ข่าวสดรายวัน
จัดปอยส่างลอง-สานประเพณีไทยใหญ่
แม่ฮ่องสอน - นายสุเทพ นุชทรวง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ประเพณีปอยส่างลองจัดเป็นรูปแบบและเอกลักษณ์ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื่องจากประชากรกว่าร้อย 80 เป็นชาวไตใหญ่ เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ร่วมกับคณะศรัทธาวัดจองคำ พระอารามหลวงและชุมชนหนองจองคำ จะร่วมกันจัดงานประเพณีปอยส่างลอง หรืองานบวชสามเณรภาคฤดูร้อน ประจำปี 2552 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-3 เม.ย. ณ วัดจองคำพระอารามหลวงและวัดจองกลาง ต.จองคำ อ.เมือง โดยกำหนดรับสมัครผู้มีความประสงค์จะบวชถึงวันที่ 15 มี.ค. จากนั้นวันที่ 31 มี.ค. วันรับส่างลอง วันที่ 1 เม.ย. วันข่ามแขก วันที่ 2 เม.ย. วันแห่โคหลู่หรือวันแห่เครื่องไทยทานหรือวันฮ้องขวัญนาค และวันที่ 3 เม.ย. วันข่ามส่างหรือวันหลู่ หรือวันบรรพชาสามเณร
ผู้ที่ประสงค์เข้าบวชตามประเพณีดังกล่าว สมัครที่วัดจองคำพระอารามหลวง โดยผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวจะต้องรับการฝึกปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดคือ ต้องผ่านการฝึกภาคปฏิบัติขั้นเตรียมตัวก่อนบวช เป็นเวลา 10 วัน ผู้ที่จะบวชจะต้องได้เข้ารับการอบรมตามหลักสูตรการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน อย่างน้อย 15 วัน ก่อนลาสิกขาจากสมณเพศหรือสามเณรภาคฤดูร้อน ประชาชน สอบถามรายละเอียดที่ วัดจองคำพระอารามหลวง หมายเลขโทรศัพท์ 0-5361-1237 ทุกวัน
หน้า 28 http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd2NtOHdNekUxTURJMU1nPT0=§ionid=TURNeE13PT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB4TlE9PQ==
จัดปอยส่างลอง-สานประเพณีไทยใหญ่
แม่ฮ่องสอน - นายสุเทพ นุชทรวง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ประเพณีปอยส่างลองจัดเป็นรูปแบบและเอกลักษณ์ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื่องจากประชากรกว่าร้อย 80 เป็นชาวไตใหญ่ เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ร่วมกับคณะศรัทธาวัดจองคำ พระอารามหลวงและชุมชนหนองจองคำ จะร่วมกันจัดงานประเพณีปอยส่างลอง หรืองานบวชสามเณรภาคฤดูร้อน ประจำปี 2552 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-3 เม.ย. ณ วัดจองคำพระอารามหลวงและวัดจองกลาง ต.จองคำ อ.เมือง โดยกำหนดรับสมัครผู้มีความประสงค์จะบวชถึงวันที่ 15 มี.ค. จากนั้นวันที่ 31 มี.ค. วันรับส่างลอง วันที่ 1 เม.ย. วันข่ามแขก วันที่ 2 เม.ย. วันแห่โคหลู่หรือวันแห่เครื่องไทยทานหรือวันฮ้องขวัญนาค และวันที่ 3 เม.ย. วันข่ามส่างหรือวันหลู่ หรือวันบรรพชาสามเณร
ผู้ที่ประสงค์เข้าบวชตามประเพณีดังกล่าว สมัครที่วัดจองคำพระอารามหลวง โดยผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวจะต้องรับการฝึกปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดคือ ต้องผ่านการฝึกภาคปฏิบัติขั้นเตรียมตัวก่อนบวช เป็นเวลา 10 วัน ผู้ที่จะบวชจะต้องได้เข้ารับการอบรมตามหลักสูตรการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน อย่างน้อย 15 วัน ก่อนลาสิกขาจากสมณเพศหรือสามเณรภาคฤดูร้อน ประชาชน สอบถามรายละเอียดที่ วัดจองคำพระอารามหลวง หมายเลขโทรศัพท์ 0-5361-1237 ทุกวัน
หน้า 28 http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd2NtOHdNekUxTURJMU1nPT0=§ionid=TURNeE13PT0=&day=TWpBd09TMHdNaTB4TlE9PQ==
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)